[Gundam wing fanfition] : Escape for the last Chapter 2.

posted on 19 Mar 2016 23:54 by bso-taki in fanfic directory Fiction

        ประธานาธิบดีที่ 3 แห่งดาวอังคารกำลังสับสันกับสิ่งที่ตัวเองกำลังฟังอยู่ในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่พิเศษที่เป็นเพื่อนของเขา

         

          หมายความว่ายังไง......เอกสารลับที่ถูกซ่อนในทำเนียบ ตรูนั่งทำงานมาเกือบ 2 ปีดังไม่รู้อะไรเลย แล้วนี่ยังมีตาเฒ่า รมต.บาร์เรน กับสำนักข่าว TC เข้ามาเอี่ยว แถมมีเรื่องของคุณหนูเข้ามาเกี่ยวอีก.....นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!

          

            มิน่าล่ะ....เจ้าเพื่อนตัวดีถึงรีบออกไปอย่างไว คงเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมียรักซินะ ดิวโอแอบยิ้มนิดๆ เขาดีใจที่เห็นทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขหลังจากที่ผ่านเรื่องยากลำบากปางตายมาด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาควรได้รับจริงๆ          

            หากแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้รู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายด้วยซิ... รอยยิ้มของชายหนุ่มพลันจางหายไป เขากำลังคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเท่าที่ฟังมาทาง TC ส่งคนไปสืบถึงโรงพยาบาลแล้ว ถ้าหาเจอหญิงสาวขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประหารรีลิน่า พีชคราฟจะโดนลากตัวออกมากันหมด

 

        ถ้ามันถึงจุดนั้น ก็เรียกได้แล้วเลยนี่คือหายนะขนานแท้ !

    

         ดิวโอสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆนั้นออกไป พลางคิดถึงฮีโร่ขึ้นมา อย่างน้อยหมอนั่นก็ไม่ยอมให้เรื่องนี้แดงออกมาแน่ๆ เขาจะหาทุกวิธีทางที่จะปิดเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

 

               ไม่ว่าวิธีนั้นจะหมายถึงการลอบฆ่าคนที่รู้เรื่องการตามที...............

           

           พอมาคิดถึงตอนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มวัยกลางคนถึงกุมขมับอีกรอบ.....ไม่ ไม่ ไม่ ....ฮีโร่ควรจะหยุดเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ดิวโอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ของเขาเหนื่อยมาแค่ไหนกับเรื่องราวที่ผ่านมา เขาและคนที่เหลือเคยบอกฮีโร่ว่า นายวางมือจากเรื่องนี้แล้วไปอยู่กับรีลิน่าเถอะ ถึงเวลาที่ทั้งนายและเธอควรจะได้พักซักที จากนี้ไปพวกเราจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง ....

 

แล้วคำพูดที่ว่า...เขาอยากให้มันยาวนานตลอดไป ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวแค่ 2 ปีแบบนี้!! ให้ตายซิ....ทั้งฮีโร่กับรีลิน่าเกิดใต้ดาวอะไรกันเนี่ย ทำไมทั้ง 2 คนถึงไม่ได้อยู่อย่างสงบซักที ....พระเจ้าจะแกล้งพวกเขาไปถึงไหนกัน!

           

            ขณะที่ดิวโอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หน้าจอก็ส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ดิวโอจึงตื่นจากภวังค์พร้อมกับเปิดรับสัญญาณที่ว่า ..บนหน้าจอปรากฎภาพของผู้ช่วยของเขา ฮีโร่ ยุย หรือก็คืออัลฟ่า...ร่างโคลนของฮีโร่ที่เขารู้จัก เพียงแต่ฮีโร่คนนี้เป็นชายวัยกลางคนเช่นเดียวกับเขา

 

"มีอะไรเหรอ ยุย"

"มีเรื่องแล้วล่ะ แม็กซ์เวลล์!" น้ำเสียงของเขาดูร้อนรนไม่น้อย "เปิดช่องข่าวของ TC ดู เดี๋ยวนี้เลย"

           

            เพียงได้ยินชื่อช่องก็ทำให้ดิวโอผวา...เขาเปิดช่องข่าวของTC ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแล้วก็ได้เจอกับการรายงานข่าวที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด...

           

             บนหน้าจอนั้นฉายภาพของหญิงสาวที่คุ้นเคย ผมยาวสีน้ำผึ้ง ดวงตาสีฟ้าสดใส ใบหน้ายิ้มแย้มในขณะที่พูดคุยกับพยาบาล แต่ดูก็รู้ว่ามันเป็นการแอบถ่าย ทั้งนี้ก็มีการรายงานของผู้ประกาศข่าวตามมา

 

" นี่เป็นรูปถ่ายที่ถ่ายได้วันนี้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวปริศนาที่ต้องสงสัยว่าเธอคือ อดีตประธานาธิบดี   รีลิน่า พีชคราฟที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้ว ผู้สังเกตการณ์ได้รายงานว่า ท่าทีและกริยาหรือแม้กระทั่งน้ำเสียงของคนๆนี้ช่างเหมือนประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นตัวจริง ซึ่งสายข่าวของเราได้สืบข้อมูลมาว่าหญิงสาวปริศนาผู้นี้อาศัยอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ระบุบไม่ได้ที่ไหน ซึ่งหามีความคืบหน้าอะไร เราจะรายการให้ทราบค่ะ"

          

          สิ้นการรายงานข่าว....ดิวโอถึงกับทุบโต๊ะด้วยความหัวเสียถึงขีดสุด ทั้งๆที่คุณหนูได้ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆแล้วแท้ ก็ยังจะมาตามราวีแบบนี้ ....ให้ตายซิ เอกสารกับข้อมูลลับที่ว่านี่มันคืออะไรเนี่ย!? แต่ที่เขามั่นใจแน่ๆอย่างหนึ่ง มันต้องสำคัญกับบาร์เรนมากจนยอมใช้เวลา 2 ปีในการค้นหามัน

           

          เสียงสัญญาณบนหน้าจอดังขึ้นอีกครั้ง...ดิวโอเหลียวไปมองพบว่ามีหน้าต่างขนาดเล็กขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของยุยที่กำลังทำหน้าเครียด ซึ่งไม่ต่างกับเขาในตอนนี้เลย

"แม็กซ์เวลล์...ออกมาจากห้องได้แล้ว อีกไม่นานกองทัพนักข่าวคงจะมาที่นี่เพื่อถามความเห็นในเรื่องนี้แน่ๆ ทางเราก็ต้องเตรียมตั้งรับแล้ว ...เร็วเข้า"

"โอเค...รู้แล้ว" ดิวโอตอบสั้นๆพลางปิดหน้าจอทั้งหมดก่อนที่จะถอดหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในความจริง..เขาไม่อยากจะเจอนักข่าวในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องง่ายๆที่จะตอบปัดไปว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น แต่ในความจริง...ดิวโอรู้ทุกอย่างว่าอะไรคืออะไร และนั่นทำให้เขาพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุดเพื่อไม่ให้คนจับพิรุธ ใส่หน้ากากของจอมหลอกลวงแล้วก็โกหกนักข่าวไปเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนื่อยเอาการ จนชายหนุ่มวัยกลางคนอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณหนูรีลิน่าทนเข้าไปได้ยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ ?

 

          ถ้าจบเรื่องนี้...เขาควรจะไปให้คุณหนูสอนซะแล้วล่ะ (ถ้าฮีโร่ไม่ว่าอะไรนะ)

           

              ประธานาธิบดีลุกขึ้นจากเก้าอี้และก้าวออกจากห้อง ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ดิวโอถึงกับรีบร้อนรับสายเพราะเสียงเรียกเข้าเสียงนี้มีความพิเศษและสำคัญมาก

           

              โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ควอเตอร์สร้างขึ้นมาและมอบให้กับอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 มันสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับคนทั่วๆไปได้ แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ 2 ใน 5 มีการติดต่อหากันว่าจะด้วยกรณีใดๆ เสียงเรียกพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นจะดังขึ้น พร้อมกับมีการปรับค่าความปลอดภัยระดับสูงสุดโดยอัตโนมัติ ไม่มีเครื่องดักฟังใดๆสามารถดักสัญญาณเสียงได้ จึงสามารถใช้เครื่องนี้ได้อย่างปลอดภัย

          

        ดิวโอเปิดหน้าจอขึ้นมาพบว่าเป็นข้อความเสียงจาก01SR ซึ่งเป็นรหัสของควอเตอร์ ส่งถึง 3 คนคือ เขา,โทรว่าและวูเฟย... ดิวโอกดฟังและก็มีเสียงอัตโนมัติที่ถูกติดตั้งถามขึ้นมา

"ยืนยันรหัสของท่าน"

"01D2-Deathscythe"

เครื่องเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมีการตอบรับกลับมา

"สวัสดีคุณ ดิวโอ แม็กซ์เวลล์ มีข้อความจาก 01SR ถึงคุณ ดังนี้......"

เสียงอัตโนมัติเงียบไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงของควอเตอร์ขึ้นมาแทน

 

" นี่ฉันเอง.....คิดว่าทุกคนคงเห็นข่าวแล้ว...ฉันมีติดต่อฮีโร่หลังจากดูข่าว ตอนนี้ทั้งเขาและคุณรีลิน่ายังปลอดภัยดี และได้ฝากข้อความมาบอกทุกคนว่า ให้มารวมตัวที่คฤหาสน์วีนเนอร์ในคืนนี้ตอน 2 ทุ่มครึ่ง มีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกให้รับรู้....ส่วนฮีโร่กับคุณรีลิน่าอาจจะมาถึงคฤหาสน์ภายใน 1 ชั่วโมง...ขอให้มาให้ได้นะ แค่นี้แหละ"

 

       ดิวโอปิดโทรศัพท์ลงพร้อมมองดูนาฬิกา...18.13 น. ลองให้นักข่าวสัมภาษณ์เต็มที่ก็น่าจะครึ่งชั่วโมง แล้วก็รวมทำอะไรจิปาถะก็น่าจะเสร็จประมาณทุ่มครึ่ง....เวลาเหลือเฟือที่จะไปทันเวลารวมพล

 

เอาล่ะ...รีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วไปคฤหาสน์โลด!!

 

///////////////////////////////////////////////////////////

          

             เวลา 19.00 น

            ผู้นำตระกูลวีเนอร์รีบออกจากห้องทำงานส่วนตัวมายังห้องรับรองแขก เมื่อมีคนแจ้งว่ามีแขกมาหา แน่นอนว่าในเวลานี้แขกของเขามีเพียงสหายเก่าที่ร่วมรบกันมาในสมัย AC เท่านั้น! เมื่อไปถึงที่หมาย เขาก็พบกับชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มในชุดโค้ทยาวสีดำกับหญิงสาวเรือนผมสีน้ำผึ้งในชุดโค้ทสตรีสีเทาอยู่ที่นั้น นั่นทำให้เจ้าบ้านอย่างเขายิ้มออกมาทันที

 

"ฮีโร่......คุณรีลิน่า ดีใจที่มาถึงอย่างปลอดภัยนะครับ" ควอเตอร์เรียกพลางเดินเข้าไปหา ทำให้ทั้ง 2 หันมามอง

"สวัสดีจ๊ะ ควอเตอร์คุง รบกวนด้วยนะ " หญิงสาวกล่าว พลางยิ้มละมัยให้

"ไม่เป็นไรหรอกครับ.....ทั้ง 2 คนคงเหนื่อยซินะ นั่งก่อนเถอะ ฉันจะเรียกให้คนเอาน้ำชามาให้ " ควอเตอร์รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจาก 2 คนนี้ ทั้งความตึงเครียดจากฮีโร่และความกังวลของรีลิน่า บรรยากาศรอบตัวทั้ง 2 ดูหนักอึ้งจนควอเตอร์ที่ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็เดาได้ว่าปัญหาในครั้งนี้มันคงเป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว ในฐานะเพื่อนและเจ้าบ้าน...เขาควรทำให้ทั้งคู่ผ่อนคลายลงบ้าง

"คนอื่นล่ะ..."ฮีโร่ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามแบบฉบับของเขา

"ยังเลย...คงต้องรออีกซักหน่อย ยิ่งดิวโอนี่คงช้ากว่าเพื่อนแน่ๆ เพราะต้องตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวที่ออกไป"

 

       ฮีโร่พยักหน้าเข้าใจ หากแต่บรรยากาศรอบตัวยิ่งตึงเครียดหนัก รีลิน่าที่รับรู้ได้จึงยื่นมือไปสัมผัสกับมือของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

"ไม่เป็นไรนะ ฮีโร่....ดิวโอคงไม่ทำอะไรผิดพลาดหรอก อย่าห่วงไปเลย" เสียงหวานใสที่คอยปลอบโยนทำให้เขาผ่อนคลาย บรรยากาศหนักๆรอบตัวเริ่มจางหายไป ฮีโร่พยักหน้ารับพลางกุมมือของหญิงสาวอย่างเบามือ ทำให้สาวเจ้ายิ้มน้อยๆออกมา

          

          ควอเตอร์เห็นแบบนั้นก็เผลอยิ้มตาม ดีจริงๆที่ 2 คนนี้ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งคู่เปลี่ยนไปไม่น้อยเลย ไม่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกและสภาพจิตข้างใน เขาจำได้ว่าดิวโอโทรมาบ่นอุบเรื่องฮีโร่ที่จู่ๆก็สูงขึ้นเป็นว่าเล่น ราวกับว่าเวลาที่หยุดไปกลับมาเดินในจังหวะที่ควรจะเป็น ภายใน 2 ปี ฮีโร่ก็สูงพรวดไปถึง177 ซม. ใบหน้าดูคมคายขึ้น แววตาดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อน ซึ่งพอควอเตอร์ได้เห็นฮีโร่ในวันนี้ก็เข้าใจในสิ่งที่ดิวโอพูด มีแต่บุคลิกนิ่งๆของเจ้าตัวนี่แหละที่ไม่เปลี่ยน แต่เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้ฮีโร่กลายเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาและดูน่าค้นหาคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งสร้างความหมั่นไส้ให้ดิวโออย่างมาก ดิวโอยังเผาเรื่องฮีโร่ให้ฟังอีกว่า รายนั้นเนื้อหอมมากจนได้ช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เต็ม 3 ถุงใหญ่ แต่เจ้าตัวกลับเอาช็อกโกแลตทั้งหมดไปให้เด็กที่อยู่ในโบสถ์แทนซะงั้น

           

          ส่วนคุณรีลิน่า....บอกได้เลยว่าเธอก็สูงขึ้นไม่น้อย แต่นั่นก็สูงได้แค่ช่วงไหล่ของฮีโร่เท่านั้น ใบหน้าเรียวสวยดูสดใสและงดงาม รอยยิ้มน้อยๆที่เห็นไปเมื่อครู่ทำให้รู้ว่าการได้อยู่กับฮีโร่คือความสุขของคุณรีลิน่า มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีทางเกิดขึ้นหากเธอยังเป็นพีชคราฟอยู่

           

       นี่คือผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการที่ทั้ง 2 เคยเสียสละมากมายให้กับคนทั้งโลก    

           

     สาวใช้ของตระกูลวีเนอร์เข้ามายังห้องรับแขกพร้อมกับชุดน้ำชา ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากคิดเรื่องไปต่างๆนาๆ เมื่อสาวใช้จากไป เขาจึงเชิญให้ฮีโร่และรีลิน่านั่งพักดื่มน้ำชาและรอการมาของเพื่อนที่เหลือ........

/////////////////////////////////////

          

         โทรว่าและวูเฟยมาถึงคฤหาสน์ในเวลา 2 ทุ่ม ในขณะที่ดิวโอมาได้ทันเวลาชนิดเฉียดฉิว แต่ก็ไม่ได้มีใครคิดจะตำหนิดิวโอเพราะรู้ว่าในบรรดา 5 คน รายนี้งานเยอะจึงเป็นเรื่องยากที่จะปลีกตัวออกมา

 

" เอาล่ะ ฮีโร่....คราวนี้บอกได้หรือยังว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ข่าวที่ออกมานี่มันคืออะไร?" ควอเตอร์เป็นคนเริ่มคำถาม ซึ่งตอนนี้ทุกคนนั่งอยู่ที่โซฟารับแขกในห้องทำงานส่วนตัวของผู้นำตระกูลวีเนอร์ ซึ่งทำให้พุดคุยเรื่องที่เป็นความลับได้อย่างสบายใจ

           

         ฮีโร่มองสมาชิกที่นั่งรายล้อมอยู่ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินมาจากการดักฟัง (ซึ่งแน่นอนว่าดิวโอรู้เรื่องนี้แล้ว ) ซึ่งคนที่เหลือที่ได้ฟังต่างทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

"บาร์เรน วอลล์แฟร์......" โทรว่าเปรยขึ้นมา " สังหรณ์ใจแล้วเชียวว่าหมอนี่ไม่ชอบมาพากล"

"ไม่ชอบมันเลย " คราวนี้เป็นวูเฟยที่พูดออกมา "เห็นหน้าแวบแรกก็รู้สึกได้ถึงความไม่น่าไว้ใจ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย"

"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน..."ควอเตอร์สำทับ "แบบนี้ทางฮีโร่กับดิวโอก็คงรู้สึกเหมือนกันซินะ"

           

         ทั้งฮีโร่และดิวโอต่างพยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 ที่ผ่านสมรภูมิรบและเจอสถานการณ์แย่ๆมามากมาย ทำให้พวกเขามีประสาทสัมผัสบางอย่าง ที่ทำให้รับรู้ถึงความผิดปกติของ รมต.คนนี้ ความผิดปกติที่ถูกปกปิดไว้ รอวันที่จะแผลงฤทธิ์ออกมา แน่นอนว่าถ้าถึงวันนั้นขึ้นมาล่ะก็..ความวุ่นวายครั้งใหม่อาจจะเริ่มขึ้นอีก

 

"ดูเหมือนทุกคนจะมีมติเอกฉันท์เรื่องบาร์เรน" ดิวโอกล่าว น้ำเสียงแฝงด้วยความดีใจนิดๆที่รู้ว่า ทุกคนคิดเห็นเหมือนกัน "แต่ว่านะ...........เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน....ฉันอยากรู้เรื่องเอกสารและข้อมูลลับที่ว่า...มันมีจริงๆเหรอ"

           

           สายตาทั้ง 4 คู่ จับจ้องมายังสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีปรัสเซีย บลู เธอซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีที่อยู่ในประเด็นการสนทนาในครั้งนี้ หญิงสาวมองชายหนุ่มผู้เป็นสามีเป็นเชิงถามว่าเธอสามารถเล่าเรื่องได้แล้วใช่ไหม ..ซึ่งชายหนุ่มก็เข้าใจในสายตานั้นจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต

          

           รีลิน่าสูดหายใจลึกๆ รวบรวมสติและรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ได้เอกสาร

 

" ใช่จ๊ะ...มันมีจริงๆ ฉันเจอมันปนมากับเอกสารงานอื่นๆ"

"แล้วมันคืออะไรครับ" ควอเตอร์ถามอย่างใคร่รู้

"มันเป็นเอกสารที่รมต.บาร์เรนกับสำนักข่าวTCติดต่อกัน ว่าด้วยเรื่องของการจารกรรมข้อมูลของอาวุธสงครามและโมบิลสูท"

           

ได้ยินเท่านี้ก็ทำให้ ทั้ง 4 คนก็ผงะด้วยความตกใจ หากแต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้

 

"แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือ....แผ่นดิสท์ " อดีตประธานาธิบดีสาวกล่าวต่อไป สีหน้าเริ่มหวาดวิตกเมื่อย้อนคิดไปถึงวันนั้น " ตอนที่เปิดแผ่นดิสท์ออกมา...สิ่งที่อยู่ในนั้นคือ แบบพิมพ์เขียวของโมบิทสูทร่วม 30 ตัว และในจำนวนนั้น........มีกันดั้มทั้ง 5 ของพวกเธอรวมอยู่ด้วย!! "

           

            วินาทีนั้น ทั้ง 4 เบิกตาโพล่งอย่างตกตะลึงพร้อมอุทานอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ฝ่ายฮีโร่ที่รู้เรื่องมาก่อนที่จะถึงที่นี่ก็ยังทำหน้าเครียดเมื่อได้ยินอีกครั้ง

 

"ทั้งหมดทำให้สันนิษฐานได้ว่า สโนเดนเอาข้อมูลเรื่องการเจรจาติดต่อของบาร์เรนและมาแรต รวมถึงข้อมูลพิมพ์เขียวหนีออกมา แต่จะส่งให้ใครก็ไม่ได้เพราะเขาคงไม่ไว้ใจใคร เลยแอบเข้าทำเนียบแล้วเอาเอกสารไปวางปนกับเอกสารราชการที่จะเอาไปให้รีลิน่าแล้วหนีไปที่ไหนซักแห่ง รอเวลาให้ประธานาธิบดีออกมาจัดการ หากแต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ทำให้เขาต้องออกมาทำลายข้อมูลที่ยังอยู่กับบาร์เรนในอีก 1 เดือนต่อมาและหายสาบสูญไป" ฮีโร่สรุปเรื่องทุกอย่าง

 

"บางที....สโนเดนคงรออยู่ 1 เดือนเต็มเพื่อดูว่าจะมีข่าวของข้อมูลลับที่ตนนำมาให้หลุดออกมาหรือเปล่า แต่เมื่อไม่มี....เขาคงทำใจเรื่องเอกสารที่ตนเองมอบให้คงหายไปแล้ว จึงหันไปทำลายข้อมูลแทนซินะ ซึ่งดูท่าจะสืบมาแล้วว่าข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปที่บาร์เรน และไม่มีการสำรองข้อมูลกับทางมาแรต น่าจะเพื่อความปลอดภัยของสำนักข่าวเองด้วย" โทรว่าเสริมซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยว่ามีความเป็นไปได้  

 

"ซึ่งมันก็ยืนยันได้แล้วว่า บาร์เรนกับมาแรตเจ้าของสำนักข่าว TC เป็นพวกเดียวกัน บาร์เรนเป็นนายทุนและมาแรตเจ้าของสื่อเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์และทำงานหาข้อมูลต่างๆตามที่บาร์เรนต้องการ ดูท่าสำนักข่าวนี้คงเลี้ยงแฮงค์เกอร์มือดีเอาไว้เยอะเลย" ดิวโอสรุปพลางประชดประชันในการทำงานของสื่อ

 

"แต่เท่าที่รู้กันว่า..สำนักข่าว TC ก็ทำตัวเป็นสื่อที่ดีมาตลอด...ถึงจะมีข่าวบ้าบอหลุดออกมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดที่จะถูกประณามว่าเป็นสื่อไร้คุณภาพนะ" ควอเตอร์ตั้งข้อสังเกต "ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าปกปิดตัวเองได้ดีจนน่ากลัวเลยล่ะ"

 

" หน้าไหว้หลังหลอกชะมัดคนแบบนี้ "วูเฟยสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ "ลองสำนักข่าวนี่หาพิมพ์เขียวมาให้รมต.ได้ขนาดนี้ แสดงว่าเจ้าตัวตั้งใจจะสร้างโมบิทสูทขึ้นมาเพื่อก่อสงครามแน่ๆ "

           

            ทุกคนคิดเหมือนชายชาวจีนที่กำลังหัวเสีย แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นคำถามอยู่ในใจ

           ทำไปเพื่ออะไร?....................

           

           แต่ว่าคงไม่มีใครคิดหาคำตอบ สิ่งที่ทุกคนเรียนรู้มาจากอดีต.....ไม่ว่าจะยุดไหนสมัยไหนก็จะมีคนที่กระหายสงครามอยู่เสมอ จึงป่วยการที่จะค้นหาความจริงจากคนเหล่านั้น

 

"แต่ยังดีที่ในระยะ 2 ปียังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะข้อมูลพิมพ์เขียวที่เหลืออยู่ มีเพียงแผ่นดิสท์ที่รีลิน่าซ่อนไว้ ทำให้บาร์เรนทำอะไรไม่ได้มากกว่าไปการหาตัวสโนเดนและสืบหาว่าข้อมูลที่ถูกขโมยอยู่ที่ไหน" ดิวโอกล่าวพลางหันไปมองอดีตประธานาธิบดีหญิง "เอาล่ะ...คุณหนู ช่วยบอกได้ไหมครับว่าเอาเอกสารและแผ่นดิสท์ไปซ่อนไว้ที่ไหน"

          

           อีกครั้งที่รีลิน่าหันไปมองฮีโร่ ทั้งคู่มองกันอยู่ซักพักก่อนที่จะพยักหน้ารับเหมือนกับว่าตกลงอะไรกันบางอย่างไว้แล้ว

 

"ขอโทษนะดิวโอ แต่ฉันกับฮีโร่คุยกันแล้ว...และตกลงว่าไม่บอกเธอในเรื่องนี้..." รีลิน่าประกาศ ทำเอาหนุ่มเจ้าของชื่อมึนงงกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนที่จะเริ่มโวยวายออกมา

 

"ดะ...ดะ.....เดี๋ยวซิ คุณหนู.....ทำไมล่ะ??...ถ้าได้เอกสารกับแผ่นดิสท์มา พวกเราก็สามารถเปิดโปงเรื่องของบาร์เรนกับสำนักข่าว TC ได้นะ"

 

"แต่ถ้าทำแบบนั้น...รับรองว่าจะมีเรื่องอื่นๆตามมาเป็นพรวนน่ะซิ" ฮีโร่พูดสวนดิวโอออกมา "อย่าลืมซิ ดิวโอ...ตอนนี้บาร์เรนเข้าใจว่าเอกสารและแผ่นดิสท์ที่ถูกซ่อนอยู่มีแต่รีลิน่าที่รู้ แล้วยิ่งมีข่าวที่เจอรีลิน่ายังมีชีวิตอยู่ และด้วยเหตุข้างต้นที่ว่ามา....หากนายไปเอาข้อมูลมาเพื่อลากให้บาร์เรนมารับผิด เชื่อเถอะ ..ไอ้ รมต.นั้นจะเข้าใจว่านายมีส่วนเกี่ยวข้องกับรีลิน่า คราวนี้...เรื่องมันจะยาวกว่าเดิม เพราะจะมีการสาวไส้สืบความกันอีกว่าไปรู้จักได้ยังไง และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด.....หากมีการสืบรู้ว่าการประหารนั้นคือละครตบตาฉากใหญ่....งานนี้นายอาจจะนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีไม่ติดเลยล่ะ รวมไปถึงคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะโดนลากออกมา....บอกได้เลยมันได้ไม่คุ้มเสีย"

           

            ประธานาธิบดีแห่งดาวอังคารฟังเพื่อนไพล็อตพลางครุ่นคิดในสิ่งที่ได้ยิน.....มันหวนให้เขาคิดถึงตอนที่โดนสัมภาษณ์ก่อนที่จะมาที่นี่....

คิดยังไงกับข่าวนี้คะ

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ท่านจะทำยังไงต่อคะ

อีกสารพัดคำถามที่ทำให้เขาปวดหัวมากๆ จนไม่อยากตอบอะไรทั้งสิ้น แล้วนี่ถ้าเกิดเขาดื้อดึงเอาเอกสารออกมาแล้วเกิดเรื่องที่ฮีโร่ว่าเอาไว้....มันคงหนักหนายิ่งกว่านี้เสียอีก

 

"ที่ฮีโร่พูดมา...มันมีเหตุผลนะ" โทรว่าเสริม โดยที่มีควอเตอร์และวูเฟยพยักหน้ารับ

"แล้วมันมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นด้วย เพราะพวกเราเองก็มีชนักปักหลังที่ทำอะไรโจ่งแจ้งไม่ได้ ถ้าทางนั้นโดนสาวไส้ออกมา เขาก็จะลากให้พวกเรามาโดนด้วย" คอวเตอร์สำทับ

"รับรองว่าถ้าโดนลากออกมา จบเห่แน่ๆ" วูเฟยกล่าวพลางถอนใจอย่างหน่ายๆ

"เพราะอย่างนั้น...ขอเถอะนะ ดิวโอ ฉันบอกไม่ได้จริงๆ ถือว่าเพื่อทุกคน" รีลิน่าขอร้อง ทำให้ดิวโออ่อนใจ เขาหยักไหล่เป็นคำตอบและยิ้มสดใสให้

"ก็ช่วยไม่ได้นี่นา....ฮีโร่เองก็พูดซะขนาดนี้แถมฟังขึ้นจนค้านไม่ออก งั้นไม่ต้องบอกน่ะดีแล้ว แต่ถ้าเจอโดยบังเอิญก็อย่าว่ากันนะ"

           

           คราวนี้เป็นรีลิน่าที่ยิ้มออกมา....เป็นรอยยิ้มที่มีความนัยจนชวนให้สงสัยจนดิวโอถึงกับขมวดคิ้วอย่างงุนงง

"ต่อให้เจอโดยบังเอิญ ดิวโอก็เอาออกมาไม่ได้อยู่ดีนั้นแหละ....เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ในที่ๆหนึ่ง ซึ่งโดนเข้ารหัสไว้ให้มีแต่ฉันเท่านั้นที่เปิดได้ ปล่อยมันเอาไว้แบบนั้นเถอะ มันจะปลอดภัยตราบที่อยู่ตรงนั้น"

          

           ช่างเป็นอดีตประธานาธิบดีที่รอบคอบในเรื่องการเก็บข้อมูลจริงๆ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้แต่รำพึงอยู่ในใจก่อนที่จะยิ้มแหยงๆออกมา

 

"เอาเป็นว่าก็จบเรื่องเอกสารไป..." โทรว่าสรุปก่อนที่จะเปิดประเด็นใหม่ " แล้วนายกับรีลิน่าจะเอายังไงต่อ..ดูท่าบาร์เรนกับมาแรตคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆ คงต้องหาที่หลบซักพักซินะ"

           

             เป็นคำถามที่ทำให้ฮีโร่ถอดหายใจออกมาพลางทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

"ก่อนที่ควอเตอร์จะโทรมา....ฉันคิดว่าจะหนีออกจาดาวอังคารไปก่อนแล้วค่อยหาที่หลบ แต่สังหรณ์ใจแปลกๆเลยใช้โน้คบุ๊คแฮงก์ระบบกล้องวงจรปิดในสนามบินเพื่อดูว่าภายในเป็นยังไงบ้าง และก็เป็นไปตามที่คาด....มีคนน่าสงสัยว่าจะเป็นคนของบาร์เรนและมาแรตอยู่ข้างใน ทำให้ฉันยกเลิกแผนออกนอกดาวอังคาร...ซึ่งตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหนีไปที่ไหนดี เพราะเชื่อว่าด้วยอำนาจและคนของทั้ง 2 ฝ่าย คงมีการจับตามองพวกเราไว้แล้วแน่ๆ คงเป็นเรื่องยากแล้วล่ะ "

 

"งั้น...อยู่ที่ก่อนก็ได้นี่ครับ" ควอเตอร์เสนอ "ตระกูลวีเนอร์เองก็มีชื่อเสียงพอตัว น่าจะช่วยกั้นไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามายุ่งย่ามได้ น่าจะหลบได้อย่างปลอดภัยนะครับ"

 

"ยังไงเสียก็ยังอยู่ในดาวอังคาร ก็คงยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี" วูเฟยค้านขึ้นมา "อยู่กับตระกูลวีเนอร์น่ะปลอดภัยจริง แต่ตราบใดที่บาร์เรนและสื่อกัดไม่ปล่อย พวกนั้นก็ต้องหาทั้ง 2 คนเจอในที่สุด ถึงตอนนั้นมันไม่ดีแน่ๆ"

            

              วินาทีนั้น ดิวโอลุกพรวดขึ้นมาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่มีน้ำโห

"แล้วจะให้ทำยังไง.....หนีออกนอกดาวอังคารไม่ได้ ถ้าที่นี่ไม่ปลอดภัยด้วยอำนาจของตระกูลวีเนอร์ แล้วจะให้ทั้ง 2 คนไปอยู่ที่ไหนล่ะ!!"

"ไม่มีที่ไหนปลอดภัยทั้งนั้น.....ฮีโร่น่ะรู้อยู่แก่ใจดี ใช่ไหม...." หนุ่มชาวจีนกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่เต็มไปด้วยโทสะของประธานาธิบดี กลับกัน เขาหันไปมองชายหญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเพื่อดูท่าทีของทั้ง 2

           

                ฮีโร่กับรีลิน่าไม่พูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับในสิ่งที่วูเฟยพูด เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทั้งเขาและหญิงสาวก็ไม่อยากให้เจ้าบ้านตระกูลวีเนอร์ต้องมาเดือดร้อนหากถูกจับได้ขึ้นมา แต่พวกเขาจะหนีไปที่ไหนได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้ดาวอังคารอาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

           

                ในความตึงเครียดอันเงียบงัน เสียงโทรศัพท์ตรงโต๊ะทำงานของควอเตอร์ดังขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวรีบไปดู จึงรู้ว่าเป็นควอเทอเรียติดต่อเข้ามา เขาจึงเปิดสายรับ

"พี่ค่ะ....มีการติดต่อเข้ามาจากโคโลนี 1 ค่ะ"

           

           เจ้าบ้านขมวดคิ้วอย่างสงสัย...ใครกัน แถมมาจากโคโลนี 1 ด้วย

"เขาแจ้งชื่อหรือเปล่าว่าใคร"

" Dr. J ค่ะ"

 

-- to be continue --

Comment

Comment:

Tweet