[SRW Fanfic ]Heero and Relena 's side : Photo

posted on 12 Mar 2016 21:19 by bso-taki in fanfic directory Fiction

สิบเนื่องจากเกม super robot taisen z3 ที่มีโมเม้นต์ให้ฮา+ฟิน เลยเอามาเขียนฟิคนี่แล...อิอิ ขอให้สนุกกับการอ่านนะ

//////////////////////////////////////////////////////

 

                ผ่านมา 3 วันหลังจากที่ช่วยรีลิน่าออกมา ฮีโร่พบว่าบรรยากาศในยานมันเปลี่ยนไป.... เวลาเดินไปไหนก็มีคนยิ้มให้ รู้สึกถึงสายตาแปลกๆที่มองมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันไม่ได้ประสงค์ร้าย แต่ฮีโร่บรรยายออกมาไม่ได้มันเป็นยังไง แล้วบางทีก็มีสาวๆในยานมาคุยประสานงาน พอคุยเสร็จเขาจะได้ยินกลุ่มสาวๆ คุยกันประมาณว่า เสียดายจัง คนมีเจ้าของแล้ว ซึ่งฮีโร่ก็สงสัยว่านี่พูดเรื่องอะไรกัน และบรรยากาศแปลกๆเหล่านี้มันจะชัดมากเวลาเขาคุยกับรีลิน่า!

            เมื่อทั้ง 2 คุยกัน แม้จะเป็นในเรื่องงานทั่วๆไป จะมีสายตาคนของรอบข้างมองมายังทั้งคู่พลางอมยิ้ม หรือไม่ก็ซุบซิบกันแล้วเดินออกไปจากจุดที่พวกเขาอยู่พลางยิ้มให้อีก มีครั้งหนึ่งที่ฮีโร่กับรีลิน่าดูงานกันอยู่ มารู้สึกตัวอีกทีคนหายหมดห้องเลยก็มี

           

             ราวกับจงใจให้พวกเขาอยู่กันแค่ 2 คน

           

            เมื่อฮีโร่ลองถามรีลิน่าในเรื่องนี้ เธอเองก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งสร้างความฉงนสงสัยให้กับทั้งคู่ไม่น้อย. แต่ด้วยลางสังหรณ์ของฮีโร่.....เขาเชื่อว่าเรื่องที่เขาไปช่วยรีลิน่าเป็นสาเหตุของบรรยากาศในตอนนี้....แต่มันเริ่มจากตรงไหนเขาเองก็ไม่แน่ใจ ไปถามพวกดิวโอ แต่ทั้งกลุ่มก็ส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง

           

          เอาจริงๆ....ฮีโร่รู้ว่าทั้งกลุ่มรู้อยู่แก่ใจแต่ไม่คิดจะบอก จึงป่วยการที่จะไปถามอีกครั้ง ฮีโร่จึงเลิกสนใจและทำงานตามปกติ จนกระทั่ง........

 

"เฮ้.....ฮีโร่" เสียงของใครซักคนเรียกเขา ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง และแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าคนที่เรียกคือ อาซึกะ ชิน...

"มีอะไร?"

"เปล่าหรอก...แค่ว่ามาทักว่าได้รูปจากเจ้าAG แล้วใช่ไหม..รูปสวยถูกใจไหมล่ะ" ชินถามพลางหัวเราะในลำคอ ทำเอาฮีโร่เผลอขมวดคิ้วอย่างสงสัย...รูปถ่ายอะไร เขาจำได้ว่าเจ้า AG ให้ห้อง D-Trader ก็มีพูดถึงรูปถ่ายที่อยากให้เขาซื้อ แต่ไม่ทันที่AGจะพูดอะไรต่อ เซคุสก็มาขวางไว้พอดี ทำให้การสนทนาตรงนั้นจบลงและเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

 

       แต่มาตอนนี้.......เรื่องรูปถ่ายก็วนกลับมาหาเขาอีก.....นี่มันเรื่องอะไรกัน?

 

"ฉันไม่ได้รูปที่นายว่า....เพราะมีคนขอให้ลบข้อมูลไปก่อน " ฮีโร่พูดไปตามตรง ทำเอาคู่สนทนาถึงกับผงะไปทันที

"ถามจริง!! " ชินร้องเสียงหลงก่อนเอามือขึ้นมาก่ายหน้าผาก...มิน่าล่ะ...ฮีโร่ถึงวางเฉยกับคนรอบข้างที่มองมาด้วย"ความเอ็นดู" แบบนั้น แต่ว่า....เอาไว้ก่อน ชินรับรู้ว่าความซวยกำลังมาเยือนเขาแล้ว เพราะเล่นไปเผลอพูดเรื่องนี้เข้า เจ้าตัวต้องสงสัยแน่ๆ

"มันเรื่องอะไร ...นายรู้ใช่ไหม ชิน " ฮีโร่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง คราวนี้เขาต้องรู้ให้ได้ว่ารูปที่ว่าคืออะไร

       

       นั้นไง...ว่าแล้ว........ชินนึก.......เอาว่ะ...เลยตามเลยแล้วกัน

 

"คือแบบนี้นะ....."ชินกล่าวพร้อมกับหยิบรูปถ่ายขึ้นมา แน่นอนว่าฮีโร่เห็นแต่ด้านหลังของภาพที่ขาวโพลน "นายจำอะไรได้ตอนที่ไปช่วยคุณรีลิน่า?"

"ฉันจำได้แค่ว่าเข้าไปเจอรีลิน่า แล้วทุกอย่างก็วูบลง" ฮีโร่กล่าว...ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่าระหว่างนั้นมันน่าจะมีอะไรซักอย่างซึ่งอาจจะเป็นที่มาของท่าที่แปลกๆของคนในยานตลอด 3 วันที่ผ่านมา!

 

           ชินเผลอยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่ ก่อนที่จะยื่นรูปไปตรงหน้าฮีโร่

"นี่ไง....รูปที่นายสงสัย....ดีนะเก็บเผื่อเอาไว้ " ชินกล่าวพลางหัวเราะชอบใจ

           

           ทันทีที่ฮีโร่ได้เห็นรูป เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนขึ้นมา ดวงตาสีปรัสเซีย บลูเบิกโพล่งอย่างตกตะลึง รูปถ่ายที่อยู่ตรงหน้า....เป็นรูปที่เขาสลบไสล...ใบหน้าซบอยู่ที่อกของรีลิน่า ซึ่งเธอกำลังประคองโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยน สีหน้าของเธอในภาพบ่งบอกถึงความห่วงใยอย่างมากมาย

           

         ฮีโร่หันไปมองชินด้วยสายตาความตกใจ หากแต่ในวินาทีต่อมา...ชินถึงกับเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่เปลี่ยนไป สีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาชนิดที่ทำให้ชินอยากจะถอยหนีไปทันที

"ชิน....นายถ่ายไว้ทำไม!? " น้ำเสียงทุ้มต่ำผิดปกติ ราวกับว่าฮีโร่กำลังกดเก็บอารมณ์ไว้ เชื่อว่าถ้าตอบไม่เข้าหู อาจจะมีมหกรรมเชือดนักบินกันในยานแน่ๆ

"โทษทีที่ทำแบบนี้.....จริงๆคุณคิระก็ห้ามแล้ว.แต่ก็อดไม่ได้น่ะ...." ชินรับผิดพลางขอโทษ การแก้ตัวคงไม่ช่วยอะไร สู้ยอมรับไปตรงๆ อาจจะดีกว่า  

"เอางี้....เพื่อไถ่โทษที่ฉันทำไว้....นายเอารูปนี้ไปเถอะ ดูท่าไฟล์ภาพต้นทางที่อยู่กับAG คงโดนลบไปแล้ว ฉะนั้น....รูปนี้จึงเป็นรูปเดียวที่เหลืออยู่ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามีภาพนี้หรอกนะ นอกจากฉันและนาย ตกลงนะ"

           

       ฮีโร่นิ่งไปซักพักก่อนที่จะเอารูปมา มองดูอย่างพินิจพลางทำหน้าปั้นยาก...แต่แล้วเมื่อเขาจะนึกอะไรออก จึงได้ถามชินออกไป

"ถามอีกอย่าง ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ในรูป มีใครอยู่อีกบ้าง"

"โอ้ยยยยย เพียบ......." ชินตอบพลางหยักไหล่ "แก๊งค์ของนาย 4 คน คุณเซคุส คุณคิระ เออ....คุณอามุโร คุณคามิว ...ขี้เกียจไล่ชื่อวุ้ย เอาว่ามีพยานเห็นเยอะเลยล่ะ ต่อให้ฉันไม่ถ่ายรูป ไอ้เรื่องนี้ก็คงปิดไม่มิดอยู่ดีนั้นแหละ"

 

คำตอบของชินทำให้ฮีโร่เข้าใจถึงบรรยากาศรอบตัวที่ผ่านมาในทันที

นี่หมายความว่าคนทั้งยานรู้ว่าเขากับรีลิน่า.............................

ฮีโร่รีบเดินอย่างรวดเร็วไปตามทางเดิน โดยทิ้งชินที่แอบยิ้มกริ่มไว้เบื้องหลัง

 

///////////////////////////////////////////

           

              ริลิน่าที่พึ่งออกจากห้องประชุมรู้สึกแปลกใจที่เจอฮีโร่รออยู่หน้าห้อง เธอสัมผัสได้ว่าเขาคงมีธุระด่วนที่อยากคุยด้วยเป็นแน่

"รีลิน่า.....ขอคุยด้วยได้ไหม ตอนนี้"

"อืม...ได้สิ มีอะไรเหรอ?" หญิงสาวแอบสงสัย หากแต่ฮีโร่ไม่ตอบ เขารอจนคนออกไปจากห้องประชุมให้หมดและรอให้บริเวณนั้นปลอดคน ก่อนที่เขาจะพารีลิน่าเข้าไปคุยในห้องนั้นแทน

           

             ห้องประชุมมีโต๊ะขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง มีเก้าอี้นับสิบวางล้อมรอบโต๊ะ และด้วยความที่เป็นห้องใหญ่และมีคนใช้งานทีละมากๆ จึงมีการช่องปรับอากาศอยู่ทั่วห้อง เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก

 

"ฉันรู้แล้วว่าไอ้บรรยากาศแปลกๆรอบตัวพวกเรามันมาจากอะไร" ฮีโร่เปิดประเด็นทันที หลังจากที่แน่ใจแล้วว่ามีเพียงแค่เขากับเธอในบริเวณนี้

 

"จริงเหรอ...แล้วมันคืออะไรล่ะ?" รีลิน่าถามอย่างสนใจ เพราะทางเธอก็โดนเหล่าบรรดาสาวๆมองพลางหัวเราะคิกคักให้ บ้างก็พูดเบาๆ ที่เหมือนตั้งใจให้เธอได้ยินว่า ก็ดูเหมาะสมกันดีนะ ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

          ฮีโร่สูดหายใจลึกๆเหมือนพยายามทำใจให้สงบ พลางทำสีหน้าลำบากใจ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้รีลิน่ามาก เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  ก่อนที่เขาจะยื่นรูปถ่ายที่ได้มาให้หญิงสาวดู

 

          เมื่อรีลิน่าได้เห็นภาพในมือฮีโร่ ใบหน้าของเธอถึงกับแดงเถือกขึ้นมาทันทีก่อนที่จะรีบหยิบรูปในมือของชายหนุ่มขึ้นมาดูชัดๆ แต่ยิ่งดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้ตาฝาด

"ฮะ...ฮะ...ฮีโร่....รูปนี้...มัน........" รีลิน่าพูดอย่างตะกุกตะกักพลางหันมามองฮีโร่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มาถึงตอนนี้เธอมองหน้าฮีโร่แทบไม่ติด เพราะเขินกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ

 

       ตอนเกิดเหตุ...เธอทำไปเพราะใจเธอเรียกร้อง และเพราะเขาไม่รู้ตัวทำให้เธอไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไร กลับรู้สึกดีที่ได้โอบกอดเขาไว้เช่นนั้น

 

        หากแต่ ในตอนนี้ฮีโร่รู้เรื่องแล้ว ...จะเป็นยังไงต่อ แล้วฮีโร่จะว่ายังไง?

 

"ชินเป็นคนแอบถ่าย" ฮีโร่เริ่มอธิบาย " โชคดีที่ไม่มีใครเห็นรูปนี้ แต่ดูท่าตอนที่เกิดเรื่อง มีคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยซินะ?"

           

           รีลิน่าพยักหน้ารับ ตอนนั้นมีคนเห็นฮีโร่ที่สลบอยู่ในอ้อมกอดของเธอนับสิบคน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับคนเหล่านั้น สิ่งที่เธอแคร์คือฮีโร่ตะหากล่ะ

"งั้นก็หมายความว่า..........มีคนเอาไปพูดต่อๆกันซินะ" รีลิน่าสรุป มิน่าล่ะ ทำไมคนรอบข้างถึงมองเธอกับฮีโร่แบบนั้น

           

            แล้วทั้งคู่ก็เงียบลง....มันเป็นความเงียบที่พวกเขากำลังคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ฮีโร่ไม่รู้เลยว่าตอนที่เขาสลบไป จะได้หญิงสาวมาประคองกอดไว้เช่นนั้น ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเขาควรจะรู้สึกยังไง...แต่ที่แน่ๆ หัวใจที่เต้นแรงในอก ทำให้รู้ว่าเขาไม่รู้สึกแย่ในเรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายรีลิน่าก็ดูท่าทีของฮีโร่ว่าเขาจะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้

            แต่แล้วฮีโร่ก็ถอดหายใจออกมาพลางเกาแก้มเบาๆ สีหน้าลำบากใจในตอนแรกได้หายไปแล้ว เปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งๆอย่างที่เขาเป็น แต่บางอย่างทำให้รีลิน่าเผลออมยิ้มออกมาเพราะถึงเขาจะทำหน้านิ่ง เธอกลับเห็นใบหน้าของเขาเป็นสีแดงอ่อนๆ

            ฮีโร่.......กำลังเขินยังไงเหรอนี่?

 

"ว่าแต่....ทำไม....."ฮีโร่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบก่อน "ทำไมถึงประคองกอดฉันไว้แบบนั้นล่ะ ให้ฉันนอนลงที่พื้นก็ได้นี่"

"ไม่....ฉันทำไม่ได้" รีลิน่าตอบพลางหลบตาสีปรัสเซีย บลู ที่มองมาอย่างจริงจัง สิ่งที่เธอตั้งใจจะตอบทำให้หญิงสาวไม่กล้าจะมองเขาตรงๆ เธอเชื่อว่าถ้ามองเขาตรงๆในตอนนี้ เธออาจจะทำในสิ่งที่ไม่ควร ยิ่งถ้าฮีโร่เป็นคนร้องขอ รีลิน่าเชื่อว่าเธอจะโอนอ่อนตามเขาไปแน่นอน

"เพราะอะไร" เสียงทุ้มของชายหนุ่มถามก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ร่างของหญิงสาว มันใกล้ขนาดที่ว่าหากชายหนุ่มอยากจะคว้าตัวเธอมากอด ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

"เพราะว่า.........มันใจร้ายเกินไปน่ะซิ.....ฮีโร่มาช่วยฉันนะ จะให้ฉันทำเฉย ดูฮีโร่หมดสติล้มลงกับพื้นยังงั้นเหรอ ไม่มีทาง... พอคิดได้แบบนั้น...ฉันเลยวิ่งไปรับฮีโร่ไว้ อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันได้ทำอะไรเพื่อเธอบ้าง......ก็เท่านั้น........"

           

         รีลิน่ารู้สึกถึงวงแขนแกร่งของฮีโร่กำลังโอบกอดร่างของเธออย่างอ่อนโยน ส่วนมืออีกข้างของเขากำลังลูบไล้เรือนผมสีน้ำผึ้งอย่างเบามือ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอาหน้าผากของเขามาชนกันหน้าผากของเธอ แบบที่เคยทำมาก่อน...หากแต่ตอนนี้มันไม่มีหมวกของชุดอวกาศมาขวางกั้น

 

ทั้งเขาและเธอต่างแนบชิดจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน..................

           

        หญิงสาวใจเต้นรัว เธอพึ่งรู้สึกว่าฮีโร่ตัวสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน ภายใต้เสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินของฮีโร่...รีลิน่าสัมผัสถึงกล้ามเนื้อที่สมส่วนของเขาได้ อีกทั้งกลิ่นน้ำหอมของ Bottega Veneta Pour Hommeจากตัวของเขาที่หอมสดชื่นติดจมูก แต่ไม่ฉุนจนเกินไป เป็นกลิ่นของแมกไม้ผสมเครื่องเทศนิดๆ ชวนให้รู้สึกถึงความร้อนแรงอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากจากอ้อมกอดนี่ไป รีลิน่าจึงยกแขนของตนโอบรอบคอของฮีโร่เอาไว้ราวกับเป็นรั้งให้เขาอยู่แบบนี้กับเธอเพียง 2 คน

 

"ไม่เลย รีลิน่า...." ฮีโร่กระซิบแผ่วอย่างอ่อนโยน " เธอทำอะไรมากมายเพื่อฉัน โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย จนบางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองจะทำได้เท่าที่เธอทำหรือเปล่า"

" แต่ก็เพราะฮีโร่นั้นแหละ ที่ทำให้ฉันทำได้ถึงขนาดนี้......ฮีโร่น่ะเก่งกว่าฉันอีกนะ" หญิงสาวตอบพลางบดเบียดร่างกายของตนเข้าหาชายหนุ่มให้มากขึ้น

           

            ฮีโร่เผลอยิ้มน้อยๆออกมา ก่อนที่จะจุมพิตที่หน้าผากของรีลิน่าอย่างอ่อนโยน หญิงสาวถึงกับยิ้มรับอย่างยินดี ก่อนที่ฮีโร่จะจุมพิตที่เปลือกตาของเธอ และเลื่อนลงมาจะจุมพิตที่ปลายจมูก หากแต่รีลิน่ากลับเงยหน้าขึ้นมามองฮีโร่ ดาวตาสีปรัสเซีย บลูและไนล์ บูล ประสานตากัน ความปรารถนารถที่แฝงอยู่ในดวงตาคู่งามทั้ง 2 ทำให้ทั้งคู่ทำตามที่ใจต้องการ

           

           ทั้งคู่บรรจงจุมพิตซึ่งกันและกัน.......มันเป็นจูบที่อ่อนโยนเพียงแค่ริมฝีปากสัมผัสกันเท่านั้น หากแต่มันจูบที่เนิ่นนานและโหยหา ด้วยหน้าที่การงานของทั้ง 2 ที่ไม่อาจจะอยู่ด้วยกันได้ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากยิ่ง หญิงสาวปรารถนารถที่จะหยุดเวลานี้ไว้เพื่อที่จะได้อยู่กับเขานานๆ

 

กับฮีโร่แล้ว......เธอไม่จำเป็นต้องวางมาดเป็นรัฐมนตรีอะไร....ต่อหน้าของเขา...เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

 

แต่ว่า..............เรื่องดีๆ มักจะมีมารผญจเสมอ...........

 

"ฮัดเช่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 

        เสียงจามดังสนั่น ทำให้ชายหญิงที่ตกอยู่ในภวังค์รักต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ ฮีโร่รับรู้ได้ว่าเสียงมาจากด้านบน เขาคว้าปืนเก็บเสียงที่เหน็บไว้ที่เอวและยิงไปยังช่องลมด้านบนที่อยู่ห่างจากพวกเขาไม่เท่าไร

 

         ทันทีที่ฝาครอบช่องลมตกลงมา ก็มีคน 3 คนร่วงลงมายังพื้นด้านล่าง สร้างความตกตะลึงให้กับฮีโร่และรีลิน่าเป็นอย่างมาก

 

และคนที่ร่วงลงมานั้น คือ คิระ ยามาโตะ อัสรัน ซาล่า และ อาสึกะ ชิน!!

 

"จามดังขนาดนี้ก็จบเห่ซิครับ" ชินที่โดน 2 ไพล็อตกันดั้มนั่งทับอยู่ร้องประท้วงขึ้นมา

"ขอโทษทีนะ " อัสรันตอบกลับ " แต่จะให้ทำยังไง อากาศก็ไม่ค่อยถ่ายเท แล้วมาเจอกลิ่นเจลใส่ผมของนายเข้าไปอีก ถึงกลิ่นจะไม่แรงแต่ด้วยสถานที่แคบๆแบบนี้ มันไม่ไหวจริงๆนะ"

"พอได้แล้ว...นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะเฮ้ยยย " คิระร้องเตือน แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ทั้ง 3 คนก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่ทำให้เสียงสันหลัง ก่อนที่จะมองไปยังชายหนุ่มในชุดแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินที่กำลังมองมาด้วยด้วยความโกรธถึงขีดสุด ชนิดที่เรียกได้ว่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยทีเดียว

"พวก......นาย.................." ฮีโร่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็นน่าขนลุก คิระกับอัสรันมองหน้ากันและรับรู้ว่าพวกเขาควรทำยังไงเพื่อที่จะเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้ ทั้ง 2 ลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับแขนของชินไว้คนละข้าง

 

        ก่อนที่ทั้งคู่จะง้างตีนถีบส่งชินให้ฮีโร่ในทันใด..........................    

 

        ชินร้องเสียงหลงในขณะที่ตัวเองถูกฮีโร่ล็อกคอไว้ ซึ่งเป็นวินาทีเดียวกันกับที่คิระกับอัสรันพุ่งตัวไปยังประตูทางออก แต่ว่า....เมื่อเขาเปิดประตูออกก็ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะไป โดยเฉพาะฮีโร่กับรีลิน่า

 

         หน้าประตูที่ควรจะเป็นทางเข้าออกที่ใครต่อใครเข้าออกได้ ในตอนนี้กลับมีมหกรรมไทยมุงเต็มหน้าประตู แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่างอามุโร่ คามิว เซ็ตซึนะ ซึ่งรีลิน่าสังเกตว่าคนที่มามุงนั้น จะมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ฮีโร่สลบไปด้วย

 

          ฮีโร่ถึงกับพูดไม่ออก เขาได้แต่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น รีลิน่าเองก็เช่นกัน ....แน่นอนว่าเหล่าบรรดานักมุงทั้งหลายคงไม่รอให้คู่รักที่ร้อนแรงได้มีโอกาสได้พูดอะไร พวกเขาก็วิ่งโกยแนบไม่คิดชีวิต แน่นอนว่ารวมไปถึง   คิระกับอัสรันด้วย

"คุณคิระ คุณอัสรัน ทำไมทำกับผมแบบนี้.........." เสียงของชินร้องขึ้นมาอย่างน่าสงสาร ทำให้ฮีโร่หันไปสนใจคนที่ตัวเองล็อกคอเอาไว้ และทำให้ชายหนุ่มเห็นอะไรบางอย่างในมือของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกส่งมา

 

          มันคือกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลอย่างดีที่มีระบบการทำงานในการซูมได้นับ100เท่า แถมถ่ายออกมาแล้วภาพคมชัดเหมือนกับถ่ายใกล้ตัว ฮีโร่คว้ามันออกมาจากมือของชินและส่งให้รีลิน่าก่อนที่จะบอกให้เปิดดู

          รีลิน่าทำตามที่ฮีโร่บอก และทันทีที่เธอเห็นรูป...เธอถึงกับเอามือปิดปาก ใบหน้างามขึ้นสีแดงไปทั้งหน้าอีกครั้ง แค่นั้นก็พอให้ฮีโร่รู้แล้วว่ามีอะไรรูปอะไร

"ริลิน่า..ส่งกล้องมา"

 

         รีลิน่าส่งกล้องให้ฮีโร่....ทั้งๆที่กำลังเก้อเขินกับสิ่งที่เห็น เมื่อชายหนุ่มมองที่อยู่บนหน้าจอ เขาเองก็รับรู้ว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวแค่ไหน

 

         บนหน้าจอนั้น เป็นภาพจากมุมมองด้านบนมองลงมาในแนวทแยง ทำให้ภาพนั้นมีความชัดเจนไม่น้อย...........มันเป็นภาพของเขากับรีลิน่าที่กำลังโอบกอดกัน และยิ่งเปิดภาพต่อไปก็เป็นภาพที่เขาจูบหน้าผากของเธอ และไล่ไปตามลำดับเหตุการณ์ ดูท่าชินจะรัวรูปไม่ยั้ง ชนิดที่ว่าถ้าเอามาต่อกัน คงได้ภาพเคลื่อนไหวเป็นงานอนิเมชั่นแน่ๆ

"แบบนี้มรึงถ่ายวีดีโอไปเลยไม่ดีกว่าเหรอว่ะ" ฮีโร่ประชดสบถด่าในใจ

 

         วินาทีนั้นรังสีอำมหิตของฮีโร่ก็พุ่งถึงขีดสุด ...ชินถึงกับผวาเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่ที่เหี้ยมโหดเหนือคำบรรยายใดๆ ดวงตาสีน้ำเงิมเข้มที่จ้องมายังชินนั้นดุดันและคมกริบราวดาบชั้นดีที่พร้อมจะสับชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายให้เป็นหมื่นๆชิ้น

"เออ...ฮีโร่ครับ..."ชินกล่าวอย่างออดอ้อน " ขอโทษจริงๆนะ อย่าพึ่งเชือดชั้นเลย ถือว่าชั้นขอเถอะ......นะ"

       

          แต่ดูท่าไอ้ลูกอ้อนในตอนนี้มันคงไม่ช่วยอะไรเลย เพราะฮีโร่เอาแต่เงียบเหมือนเป็นลมสงบก่อนพายุมา และแล้วเขาก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด!!

 

" ไอ้บักชิน.....มรึงตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 

       อย่าถามนะว่าชินเจอกับอะไร เอาเป็นว่าฟังเพลงประกอบก่อนจบเรื่องแล้วกัน จะได้พอรู้ว่าชินโดนอะไรบ้าง

 

ท่อนฮุกจาก เพลง อ้วกเลย  ร้องด้วยทำนองเพลง ใช่เลย ของ ไท ธนาวุฒิ

*นั่นเท้ามาจากไหน ประทับที่แผ่นหลัง จะห้ามก็ไม่ฟังมาถึงก็ถีบเลย นั่นเท้ามาอีกแล้ว ไม่แคล้วโดนเข่าตาม หมัดศอกมาคอยย้ำ หน้าคล้ำไปเลย......อ้วกเลย*

 

       ขอให้โชคดีนะชิน......เราจะไม่ลืมความกล้าหาญบ้าบิ่นของนายในครั้งนี้เลย.............

 

END

////////////////////////////////////

 

ว่าแล้วขอแถมเรื่องน้ำหอมหน่อยนะ

bottega veneta pour homme

น้ำหอมทั่วท็อปของ bottega veneta เอาจริงๆ คือเราเองก็ไม่เคยได้กลิ่น แต่เขียนตามคำบอกเล่าเรื่องเพื่อนคือ มีกลิ่นหอมสดชื่นติดจมูก แต่ไม่ฉุน เป็นกลิ่นจากของไม้เนื้อหอมและผสมเครื่องเทศนิดๆ จึงแฝงความร้อนแรงอยู่ในกลิ่นนั้นด้วย ราคาก็เอาเรื่องไม่น้อย แอบรู้สึกว่าน่าจะเหมาะกับฮีโร่เลยจับใส่ซะเลย อิอิ

 

 

Comment

Comment:

Tweet