[Gundam wing fanfition] : Escape for the last Chapter 1.

posted on 25 Feb 2016 22:13 by bso-taki in fanfic directory Fiction, Cartoon

ปี MC - 0025

             2 ปีหลังจากที่ดิวโอ แม็กซ์เวลล์ ....ไม่ซิ ต้องบอกว่า เจมส์ คลาก แม็กซ์เวลล์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งดาวอังคาร เป็น 2 ปีที่พากเพียรในการทำให้เกิดสันติภาพบนดวงดาวแห่งนี้ แต่ด้วยความช่วยเหลือ(ลับๆ) จากเหล่าเพื่อนที่เป็นอดีตไพล็อตกันดั้มที่ผันตัวเองเป็นดอกเตอร์บ้าง เป็นโปรเพสเซอร์บ้าง หรือเป็นผู้อาวุโสที่มีคนนับหน้าถือตา ทำให้สภาพบ้านเมืองในตอนนี้ดีขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้วอยู่บ้าง ซึ่งนั้นหมายความว่าประธานาธิบดีอย่างเขายังต้องทำงานหนักกันต่อไป

            เวลา 7 โมงครึ่งในยามเช้าที่ห้องสมุดของทำเนียบ เป็นกิจวัตรประจำที่ท่านประธานาธิบดีต้องไปที่นั่น หรือถ้าจะพูดให้ถูก ท่านมักจะไปเจอคน ๆ หนึ่งซึ่งเขาเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษฝ่ายข่าวกรองควบรวมกับฝ่ายเขียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งท่านเป็นคนชวนมาทำงานด้วย ตอนแรกๆที่เข้ามาทุกคนแปลกใจ คนๆนั้นเป็นเด็กหนุ่มอายุ16-17 ปี ผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าคมคาย สีตาปรัสเซีย บลู นั้นเหมือนซ่อนความลับไว้มากมาย แน่นอนว่าเป็นที่กังขาว่าเขาจะมีความสามารถในระดับที่ท่านประธานาธิบดีตั้งไว้จริงๆเหรอ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำไมท่านประธานาธิบดีพูดคุยอย่างสนิทสนมกับเขาราวกับว่ารู้กันมานาน ทั้งๆที่อายุต่างกันมาก

 

           และทุกคนก็หมดข้อสงสัยเมื่อชายหนุ่มคนนั้นแสดงฝีมือให้ทุกคนประจักษ์ ทั้งจัดระบบการทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในทำเนียบทั้งหมดให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งความสามารถในตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวได้อย่างแม่นยำ และสิ่งที่น่าประทับใจก็คือ เขาเคยตอบโต้แฮกเกอร์ที่หมายจะจารกรรมข้อมูลในทำเนียบด้วยการสร้างไฟล์ข้อมูลหลอกให้พวกมัน เป็นไฟล์ข้อมูลที่ชายหนุ่มคนนั้นสร้างขึ้นมาเอง หากฝ่ายจารกรรมเปิดไฟล์ขึ้นมา ทางผู้สร้างจะตามรอยได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ซึ่งไม่นานเหล่าแฮกเกอร์ก็โดนจับในที่สุด....นับแต่นั้นมาเขาก็ได้รับการนับถือและได้รับความเคารพจากคนในทำเนียบ

 

          ชายหนุ่มคนนั้นชื่อ ฮีโร่.....แต่ก็ไม่มีใครคิดอะไรที่ชื่อไปเหมือนกับผู้ช่วยของประธานาธิบดี ฮีโร่ ยุย เพราะคนชื่อซ้ำมีเยอะแยะไป แต่ด้วยความที่ชื่อซ้ำกันไม่พอ ใบหน้าของทั้ง 2 ก็มีเค้าโครงเหมือนกัน จนมีคนแอบแซวว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า ....

แน่นอนว่า....คนที่รู้เรื่องทั้งหมด ขำไม่ออกหรอก แต่ก็พูดมากไม่ได้ แล้วทั้ง 2 ฮีโร่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับการโดนแซวแบบนี้ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร

 

            ตอนนี้เจ้าหน้าที่พิเศษฮีโร่กำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน หากใครอยากจะสอบถามอะไรก็มักจะมาหาเขาที่นี่ก่อนเวลางานเสมอ แต่คนที่จะมาพูดคุยเล่นด้วยก็คงมีแต่ท่านประธานาธิบดีเท่านั้น

"ว่าไง..ฮีโร่....หาตัวนายง่ายๆแบบนี้ ชอบจริงๆ จะได้คุยด้วยง่ายๆ" ประธานาธิบดีกล่าวพลางนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม

"ดิวโอ....ถ้านายว่างขนาดนั้นก็ไปจัดการเรื่องเอกสารที่ค้างก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?" ฮีโร่ตอบกลับพลางปิดหนังสือลง ด้วยความที่ห้องสมุดไม่มีคน ทำให้ฮีโร่เรียกชื่อเดิมของประธานาธิบดีได้ง่ายขึ้น   

"ก็อยากไปทำนะ....แต่วันนี้แค่รู้ว่าต้องเจออะไรก็ทำให้หมดอารมณ์ทำงานแล้ว"

ฮีโร่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย....เป็นบ้าอะไรของหมอนั่นกัน

"วันนี้ตอน 14.30 น. รมต.บาร์เรน วอลล์แฟร์ ขอเข้าพบเพื่อคุยเรื่องงบประมาณทางการทหารน่ะ"

" รมต.บาร์เรน วอลล์แฟร์ งั้นเหรอ?" ฮีโร่ทวน และนั่นทำให้เข้าใจสาเหตุที่ดิวโอไม่อยากทำงาน

           

           บาร์เรน วอลล์แฟร์...รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เขาเคยลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีของดาวอังคารแข่งกับดิวโอ หากแต่ดิวโอเป็นคนคว้าชัยไปได้ บาร์เรนเป็นหนุ่มใหญ่วัย 53 ปี ที่มีหลายคนให้เคารพด้วยท่าทีสุภาพพูดจาน่าฟัง และความมีสง่าราศีที่ชวนให้น่าเชื่อถือ

           

           แต่หลังจากที่ดิวโอได้ร่วมงานกับรมต.ผู้นี้ .....ดิวโอสามารถรับรู้ถึงอะไรบางอย่างได้จาก รมต.คนนี้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่น่าไว้ใจอยู่ภายใน อะไรบางอย่างที่อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนั้นนำมาสู้ความอึดอัดใจในช่วงเวลาที่ต้องทำงานร่วมกัน น่าแปลกที่ฮีโร่เองก็สัมผัสได้ ขนาดที่ออกปากเตือนดิวโอว่าให้ระวังรมต.คนนี้ด้วย นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้ง 2 คนคอยจับตาดูรมต.ผู้นี้เอาไว้

 

"พอคุยทีไร...ปวดหัวสุดๆ เป็นตาลุงไหวพริบดีที่เอาตัวรอดเป็น แต่ยิ่งทำแบบนั้น อีรังสีแห่งความไม่น่าไว้ก็ขยายออกมา เฮ้อ....ไม่ชอบเลยจริงๆ " ดิวโอพูดพลางถอนหายใจ ก่อนที่จะมองฮีโร่เหมือนเป็นการถามความเห็น ซึ่งฮีโร่ก็ได้แต่พยักหน้าประมาณว่า เออ เข้าใจหรอกนะ

"แล้วก็นะ......ยังไงช่วงเวลาที่ฉันคุยงานกับ รมต.บาร์เรนก็รบกวนนายด้วยล่ะ"

"ไม่บอกฉันก็ทำอยู่แล้ว" สิ้นคำฮีโร่ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ "ฉันขอตัวก่อนล่ะ มีงานที่ต้องตรวจ"

"อืม..." ดิวโอโบกมือให้ "อ๋อ...แล้วก็ เสร็จงานนี้แล้ว นายจะกลับบ้านก่อนก็ได้นะ นายก็อยู่ช่วยงานที่นี่หลายวันแล้ว ไม่ได้กลับไปนาน....เดี๋ยวคุณหนูจะคิดถึงเอา "

ฮีโร่หันกลับมามองดิวโอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจที่โดนแซว แต่ดิวโอกลับยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้ ทำเอาฮีโร่ถอนใจแล้วเดินออกจากห้องสมุดไปแต่โดยดี

 

อายุก็ขนาดนี้แล้ว.....ไอ้นิสัยช่างแซวนี่มันไม่เปลี่ยนไปเลย ให้ตายซิ.......

 

////////////////////////////////////////////////////////

 

เวลา 14.15. น.

            ฮีโร่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานในฝ่ายของหน่วยข่าวกรอง ซึ่งแต่ละคนก็นั่งประจำที่และทำงานในการรับข้อมูลข่าวสารที่กำลังเป็นที่สนใจจากทุกทิศทาง นำมารวมรวบก่อนจะวิเคราะห์ความน่าจะเป็นว่า น่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าข่าวไหนมีความคลุมเครือสูง ก็จะถูกส่งต่อมาให้เขาจัดการ ซึ่งระหว่างทางที่ชายหนุ่มเดินเข้ามา เจ้าหน้าที่ทั้งชายหญิงต่างพากันทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม ซึ่งฮีโร่ก็ตอบรับพอเป็นพิธี ก่อนที่จะตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา เป็นห้องทำงานที่ต้องใช้คียการ์ดประจำตัวถึงจะเปิดได้ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทุกคนรู้ดีว่างานของฮีโร่ถือว่าเป็นที่สุดของหน่วย ถ้าจะมีใครรู้ว่าเขาทำอะไรในห้องนั้นก็คงมีเพียงท่านประธานาธิบดีกับผู้ช่วย ยุย เท่านั้นที่รู้

            ในห้องนั้นมีโต๊ะที่รายล้อมด้วยแผ่นแก้วใสทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 3 ด้าน ชายหนุ่มเข้าไปนั่งพลางเปิดเครื่อง ซักครู่แผ่นแก้วใสก็ปรากฏภาพของแผนผังของทำเนียบพร้อมกับมีจุดสีเหลืองเล็กๆปรากฏขึ้นมา ฮีโร่เปิดหน้าต่างใหม่พร้อมกับกรอกชื่อของ บาร์เรน วอลล์แฟร์ และชื่อผู้ติดตามอีก 2 คนตามที่ได้รับแจ้งมา ทันใดนั้น หน้าต่างหน้าใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับข้อความว่า

           

            "ยืนยันการสะกดรอยหรือไม่......"

            ฮีโร่กดปุ่มตกลง

           

พลันจุดสีเหลืองที่อยู่บริเวณห้องโถงในทำเนียบก็ขึ้นจุดสีแดงพร้อมกับมีชื่อของคนทั้ง 3 ที่ระบุบไว้ และมีหน้าจอเล็กๆปรากฏขึ้นมาข้างจุดสีแดง ซึ่งเป็นภาพการมาถึงของ รมต.บาร์เรน!!

           

             ตามคาด......มาก่อนที่นัดไว้เหมือนทุกครั้ง .....ฮีโร่นึก

           

            ไม่ว่าใครจะทำอะไรในทำเนียบแห่งนี้ จะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าว่าต้องการมาติดต่ออะไร ถ้าเป็นคนภายในจะมีบัตรประจำตัวที่ใช้ในงานราชการที่ต้องพกติดตัวตลอดเวลา กรณีของบุคคลภายนอกจะมีการให้ใช้บัตรผู้เยือน หากแต่ก่อนที่จะได้บัตร ผู้มาติดต่อต้องแจ้งชื่อและธุระที่ต้องการก่อนจึงรับบัตรเข้ามาได้ ซึ่งดูเผินๆก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร หากแต่ในความจริงที่ไม่มีใครรู้...ไม่ว่าจะเป็นบัตรอะไรก็ตาม บัตรเหล่านั้นมีไมโครชิพขนาดเล็กฝังเอาไว้ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็กไว้ใช้ในการแกะรอยได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รับข้อมูลและใช้ในการแกะรอยก็มีแต่เครื่องที่อยู่ในห้องทำงานของฮีโร่เท่านั้น!!

 

นั่นทำให้ฮีโร่สามารถแกะรอยเป้าหมายได้ทุกที่ในทำเนียบเพียงแค่กรอกชื่อ และเมื่อเป้าหมายไปอยู่ที่ห้องไหนและทำท่าจะมีการสนทนาอะไร ฮีโร่สามารถเปิดระบบดักฟังและบันทึกภาพได้ทันที.......

ซึ่งหมายความว่า.......ทุกแห่งในทำเนียบ (ยกเว้นห้องทำงานของฮีโร่) จะมีกล้องขนาดเล็กและเครื่องดักฟังซ่อนเอาไว้ทุกห้อง ซึ่งรวมไปถึงห้องของทำงานของประธานาธิบดีด้วย!!

 

             แต่มันเป็นเรื่องที่ดิวโอบอกฮีโร่ให้ทำเองก่อนที่จะจัดการระบบทั้งหมด.....เพราะลำพังตัวของดิวโอไม่สามารถสอดส่องความผิดปกติในทำเนียบได้ทั่วถึง เขาเลยคุยกับฮีโร่ในเรื่องนี้พร้อมกับขอให้มาช่วยงาน เพราะรายนี้เก่งเรื่องระบบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อีกอย่างหนึ่ง.....ฮีโร่เป็นคนหัวดี สติปัญญาเลิศ จนดิวโอรู้สึกว่าจับมาทำงานให้รัฐบาลท่าจะรุ่ง มีค่าเหนื่อยเป็นวงเงินมหาศาลซึ่งรับประกันได้ว่าใช้ชีวิต(คู่)ได้สบายเลย ฮีโร่ก็ตอบตกลง

 

และระบบที่กล่าวมาทั้งหมดก็เกิดขึ้น.................ซึ่งมันช่วยดิวโอได้มากจริงๆ

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่รู้กับแค่ฮีโร่กับดิวโอ คือ ดิวโอให้ฮีโร่คอยประสานงานและรับข้อมูลข่าวสาร จากควอเตอร์,   โทรว่าและวูเฟยด้วย ซึ่งข้อมูลที่ได้จากทั้ง 3 คน มักจะเป็นข่าวสารสำคัญซึ่งจะให้คนนอกมารับรู้ก็คงไม่ดี ฮีโร่จึงรับหน้าที่นี้ไป

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เหล่าอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง.....หวนถึงถึงอดีตที่ยากลำบากมาด้วยกัน แต่ในตอนนี้ไม่มีการเสี่ยงตายใดๆ ซึ่งนับว่าดีมากแล้ว

 

            จุดสีแดงที่มีชื่อของ รมต.บาร์เรนและลูกน้องกระพริบอยู่ที่ห้องทำงานของประธานาธิบดี   ฮีโร่เริ่มเปิดสัญญาณภาพและเสียง ...จอภาพขยายใหญ่เต็มจอ เป็นภาพของ   รมต.เข้าพบประธานาธิบดี โดยมีผู้ช่วยยุยอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะเตรียมตัวคุยเรื่องงบประมาณทางการทหาร แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร...รมต.บาร์เรนให้ลูกน้องทั้ง 2 ออกจากห้องไปเพื่อความเป็นส่วนตัว

 

           ด้วยประสบการณ์ของฮีโร่ทำให้เขารู้ว่า พวกตัวใหญ่ๆมักจะไม่หลุดปากเรื่องที่อยู่ในใจ แต่ในทางกลับกัน พวกปลาเล็กปลาน้อยอย่างลูกน้อง จะเป็นฝ่ายที่พูดเรื่องที่เจ้านายของตัวเองกำลังวางแผนหรือกำลังทำในเวลาที่ไม่มีคนอื่นอยู่

 

ภารกิจของเขาในครั้งคือ จับตาดูลูกน้องทั้ง 2 ของบาร์เรนเอาไว้ แต่เขาก็ไม่ละเลยในการพูดคุยของดิวโอกับท่าน รมต. ฮีโร่ได้มีการบันทึกภาพและเสียงการสนทนาครั้งนี้เอาไว้เพื่อใช้จับพิรุธในภายหลัง...

 

ลูกน้องทั้ง 2 ของบาร์เรนออกจากห้องและก็เดินไปยังห้องรับรอง ที่พวกเขาสามารถจะนั่งสูบบุหรี่,ดูทีวีหรือจะอ่านหนังสือฆ่าเวลาในขณะรอเจ้านายของตนได้ สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือจุดไฟสูบบุหรี่ในสถานที่ที่จัดไว้ ก่อนที่จะเริ่มคุยกัน ซึ่งฮีโร่ก็รอจังหวะนี้อยู่แล้ว ..เขาบันทึกภาพและเสียงเอาไว้ทันที

 

" จะคุยนานหรือเปล่าก็ไม่รู้......" ลูกน้องคนแรกบ่น "ทำไมต้องมาคุยด้วย ทั้งๆที่ในความจริง งบประมาณที่ได้มาก็น่าจะพอใช้นี่นา "

"เฮ้ย...นี่แกไม่รู้เหรอฟะ ...." ลูกน้องคนที่ 2 พูดสวนขึ้นมา "ท่าน รมต.มาที่นี่เพราะต้องการจะรู้อะไรบางอย่าง เลยเอาเรื่องงบประมาณมาคุยบังหน้าตะหากล่ะ"

 

ไม่ถึง 5 นาทีก็พ่นออกมาแล้วเหรอ.....ดีแล้ว ไม่เสียเวลาด้วย......ฮีโร่นึกพลางตั้งใจฟังไปด้วย

 

"จริงดิ...แล้วท่านเขาอยากรู้อะไรล่ะนั้น"

"จะว่าไป...แกพึ่งเขามาทำงานได้ 6 เดือนนี่หวา งั้นจะเล่าให้ฟัง.....เมื่อ 2 ปีก่อนได้มีเอกสารและข้อมูลที่ท่านเก็บเอาไว้ อย่าถามนะว่าข้อมูลอะไร ตรูไม่รู้หรอกนะ แต่เอาเป็นว่า....ข้อมูลพวกนี้โดนคนภายในองค์กรขโมยออกไป รู้สึกจะชื่อ......อะไรน้า.....อ๋อ....สโนเดน....สโนเดน นิวเมอร์ รายนั้นเป็นโปรแกรมเมอร์มือดีที่ถูกจ้างมาทำงานให้ แต่ดังหักหลังด้วยการเอาข้อมูลเหล่านั้นหลบออกมา....ทีแรกก็หาตัวกันให้ทั่วแต่ก็ไม่เจอร่องรอย ดูท่าไอ้ข้อมูลนั้นจะสำคัญมาก ขนาดที่ทำให้สำนักข่าว Town Crier ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีผลประโยชน์ร่วมกับท่านรมต.ออกข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อมกับขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย โดยบอกแค่ว่าข้อมูลที่โดนจารกรรมเกี่ยวกับความมั่นคงของดาวอังคาร"

 

ฮีโร่หลับตาลงพลางนึกถึงข่าวที่ว่า.....ใช่ เขาจำได้ว่ามันมีข่าวที่ว่านี้จริงๆ แต่ช่วงนั้นกำลังวุ่นวายกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข่าวนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

 

"แล้วอีกอย่าง " ลูกน้องคนที่ 2 เล่าต่อหลังจากสูบบุหรรี่เข้าไปเฮือกใหญ่ " ตอนนั้นมีทั้งสงครามและก็ข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดีหญิง รีลิน่า พีชคราฟ ทำให้เรื่องมันเงียบไป....แต่หลังจากนั้น 1 เดือน คอมพิวเตอร์ในกระทรวงกลาโหมถูกโจมตี ทำให้ข้อมูลบางส่วนหายไป แต่น่าแปลก....ทั้งๆที่ข้อมูลที่หายไปเพียงบางส่วน แต่ทำให้ท่านรมต.แทบคลั่งเลยล่ะ และปักใจเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของสโนเดน เลยพยายามหากันอีกครั้ง แต่ก็เหลว...เล่นเอาท่านหัวเสียหนักเข้าไปอีก เห็นว่าขอร้องแกมบังคับให้เจ้าของสื่อ Town Crier ....มาแรต เมนเดซิเยอร์ ช่วยในการตามหาเอกสารที่ว่า"

          มาแรต เมนเดซิเยอร์ ....ฮีโร่นึก......นักข่าวหนุ่มอายุประมาณ 43 ปี ท่าทางทะมัดทะแม่ง หน้าตาเอาการเอางาน ผิวคล้ำแดดบ่งบอกว่าเป็นคนลุยงานแบบถึงไหนถึงกัน แถมมีความเป็นผู้นำ ทำให้หลายๆคนสนใจทำงานด้วย แต่ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินมาจากไหนมากมายถึงสามารถสร้างสำนักข่าวใหญ่อย่าง Town Crier ขึ้นมาได้ (จากนี้ไปจะย่อว่า TC ) ได้...

แต่จากสนทนา....ฮีโร่เดาว่าเงินที่ได้มาก็คงมาจาก รมต.บาร์เรน นั้นแหละ

 

ไม่เลวนี่..ถ้าสร้างสำนักข่าวขึ้นมาแบบนี้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ .....

 

"เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อน " ลูกน้องคนแรกร้องท้วง " ตอนแรกบอกว่าจะหาสโนเดน แล้วไหงตอนนี้กลับมาหาเอกสารแทนล่ะ"

"ตรูจะไปรู้เหรอ! ...แต่เพราะแบบนี้มันทำให้เดาได้ว่า ข้อมูลที่โดยทำลายอาจจะเกี่ยวกับข้อมูลที่โดนจารกรรมไปเมื่อ 1 เดือนก่อนแน่ๆ แล้วถ้าตรูเป็นสโนเดน....ตรูคงไม่อยู่ดาวอังคารให้ถูกจับหรอก คงหนีไปโลกไม่ก็โคโลนี่ไหนซักที่แล้วคงตามตัวยากแล้ว"

"อ้าว....แล้วถ้าเกิดหมอนั่นเอาข้อมูลที่ว่าไปด้วยล่ะ"

"ไม่หรอก....ถ้าหมอนั้นเอาข้อมูลไปด้วยจริงๆ เขาควรจะเอาข้อมูลที่ว่าไปให้สำนักข่าวหรือเอาไปขายให้กับสหพันธโลก หรืออะไรก็ได้นี่นา ...แต่นี่เงียบไปเป็นปี ทำให้เชื่อว่าเอกสารน่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่ง"

 

โอ้....ลูกน้องของบาร์เรนก็ฉลาดไม่เลวนี่ ...ฮีโร่นึกชมในใจพลางยิ้มมุมปาก

 

"จนกระทั่งไม่นานมานี้.....มีข่าวลือภายในว่ารู้ที่อยู่ของเอกสารข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่มีการยืนยันว่าจริงหรือเปล่า ท่านเลยอยากมาดูลาดเลาในทำเนียบว่าข่าวลือที่ว่าจะจริงเท็จแค่ไหน"

"แล้วเอกสารข้อมูลเกี่ยวอะไรกับทำเนียบฟะ?"

"กำลังจะเล่านี่ไง แต่แกต้องเหยียบเรื่องนี้ให้มิดเลยนะ ห้ามบอกใครทั้งนั้น ... คือมีพยานบุคคลที่เคยทำงานในทำเนียบในสมัยของท่านรีลิน่ายังดำรงตำแหน่งมาเล่าให้กับเพื่อนที่ทำงานในTCฟังว่า เขาเคยเจอคนที่หน้าคล้ายๆกับสโนเดนในทำเนียบด้วย! แต่งตัวดี ไม่มีพิรุธอะไร ในมือถือซองสีน้ำตาลขนาดA4ที่ถูกปิดผนึกด้วยกระดาษกาวสีขาว พยานที่เล่าก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่แอบมาเห็นในตอนหลังว่าซองเอกสารที่ว่านั้นปะปนในซองเอกสารอื่นๆก่อนถูกส่งไปยังประธานาธิบดี...นั่นเป็นร่องรอยสุดท้ายที่เจอ"

 

       สิ้นคำของลูกน้อง...ฮีโร่ก็เบิกตาโพล่งอย่างตกตะลึง รับรู้ถึงความหนาวเย็นที่วิ่งไปทั่วร่าง เขาสังหรณ์ใจไม่ดี กับเรื่องที่จะได้ยินต่อจากนี้

" แกกำลังจะบอกว่า.......มีความเป็นไปได้ว่า....ท่านรีลิน่าจะรู้เรื่องข้อมูลที่ถูกจารกรรมแล้ว.... แต่ด้วยจังหวะไม่ดีที่ตอนนั้นสงครามกำลังจะเกิด ท่านเลยทำอะไรไม่ได้เลยเอาข้อมูลที่ว่าไปซ่อนยังงั้นเหรอ"

"อุบ๊ะ...ฉลาดเหมือนกันนี่หวา....แล้วก็โชคร้ายที่ท่านเสียชีวิต...เลยไม่มีใครรู้ว่าข้อมูลอยู่ไหน แต่ถ้าข่าวลือที่ว่าเป็นจริง ข้อมูลที่ว่าต้องอยู่ที่ไหนซักแห่งในทำเนียบแน่ๆ ท่านรมต.จึงอยากจะเข้ามาสำรวจในทำเนียบว่ามีที่ไหนต้องสงสัยที่พอจะเป็นที่ซ่อนได้ไหม บางทีนะ...เผลอๆมันอาจจะอยู่ในห้องประธานาธิบดีที่ท่านกำลังคุยอยู่ก็ได้"

ลูกน้องทั้ง 2 หัวเราะร่วนราวกับมันเป็นเรื่องตลก....แต่งานนี้ฮีโร่ขำไม่ออกจริงๆ

"เออ แต่ไม่แน่นะ...บางทีท่านรมต.ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้...เพราะมันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น"

"ไอ้วิธีที่ง่ายกว่านั้นคืออะไรฟะ?"

"ก็ถามท่านรีลิน่าเลยไง!"

           

           วินาทีนั้น ฮีโร่แทบจะหยุดหายใจ.......เลือดในกายพลันเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง....ลางสังหรณ์ที่เขารู้สึกมันกลายเป็นจริงแล้ว......

"หมายความว่าไง...จะบอกให้หมอผีมาปลุกวิญญาณท่านรีลิน่าขึ้นมาถามหรือไง"

"จะบ้าเหรอ.....ทั้งหมดก็เพราะมาแรตน่ะแหละ.....รายนั้นน่ะไม่เคยเชื่อเรื่องที่ท่านรีลิน่าตายเลย...ชอบพูดว่าการตายของท่านมีเรื่องชวนสงสัย...คลุมเครือเกินไป...แต่ก็ไม่ได้สืบจริงจังจนมารู้เรื่องข่าวลือนี้ ทำให้มาแรตเริ่มเชื่อเป็นตุเป็นต๊ะว่า บางทีท่านอาจจะแกล้งตายแล้วหนีไปที่ไหนซักแห่งก็ได้ ซึ่งถ้าเรื่องนี้เป็นจริงนะ แค่พากลับมาเจอท่านรมต.แล้วก็บีบคอให้พูด มันจะง่ายกว่าเยอะ"

"เฮ้ย...รายนั้นเป็นนักข่าวฝีมือดีไม่ใช่เหรอ จะมาแนวมโนข่าวนั่งทางในแบบนี้ก็ดูไม่สมกับเป็นมืออาชีพเท่าไรเลยนะ"    

"ก็จริง....แต่ก่อนหน้าที่มาแรตจะรู้ข่าวนี้ มีคนในสายงานไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าคล้ายท่านรีลิน่ามากที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากทำเนียบไปพอสมควร รูปร่าง สีผม ท่าทางเหมือนกันมากเลย ยิ่งมาประสมกับข่าวลือเรื่องเอกสาร ทำให้มโนหนัก นี่เห็นว่าส่งคนในสายงานไปสืบที่โรงพยาบาลนั้นแล้วล่ะ!"

           

          ฮีโร่กำหมัดแน่นพลางทุบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น...เขากัดฟันแน่นราวกับพยายามข่มความรู้สึกของตัวเอง ความกังวลที่ก่อตัวอย่างรวดเร็ว และความหวาดกลัวที่กำลังทำให้เขาเตลิด ชายหนุ่มพยายามรวบรวมสติไว้ เพราะจากคำพูดที่ได้ยินมีแต่คำว่าข่าวลือและข่าวลือ ไม่ควรจะเชื่อถืออะไรทั้งนั้น แต่เรื่องที่ส่งคนไปสืบที่โรงพยาบาลสร้างความหนักใจให้ฮีโร่ไม่น้อย เขาจำเป็นต้องสืบให้แน่ใจว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างที่เขากังวล

           

            จากนั้นฮีโร่แทบไม่ได้สนใจพวกลูกน้องแล้วว่าจะคุยอะไรกัน เขาเลื่อนจอภาพการสนทนาเมื่อครู่ไปยังจอทางซ้าย แล้วหันมาเปิดโปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นโปรแกรมสอดแนมที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ โดยมีพื้นฐานจากโปรแกรม Team Viewer * (โปรแกรมที่สามารถส่องหน้าจอคนอื่นได้ แต่ทั้งนี้คนที่จะโดนส่องนั้นต้องมีโปรแกรมตัวนี้ติดตั้งบนคอมและคนส่องต้องได้รับรหัสผ่านจากอีกฝ่ายด้วย)

            สิ่งที่ฮีโร่ทำคือ เปิดโปรแกรมที่เขาสร้างแล้วระบุบสถานที่ที่เขาต้องการจะเข้าไปสอดแนม (ในที่นี้คือสำนักข่าว TC ) โปรแกรมจะทำการสืบค้นและดึงเอาหน้าจอของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในสถานที่นั้นที่กำลังใช้งานอยู่ขึ้นมาบนหน้าจอบนเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่ามันมีข้อมูลมหาศาล ฮีโร่จึงเขียนโค้ดเพิ่มเข้าไป ระบุบชื่อของสิ่งที่ต้องการหา

 

" Relena "

 

และเมื่อเขากดปุ่ม Enter......สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เลือดในกายเย็นเหยียบ ใบหน้าซีดเผือก แววตาสี ปรัสเซีย บลู ฉายแววแห่งความตื่นตระหนักและความหวาดหวั่น

           

          ภาพของหญิงสาวผมยาวสีน้ำผึ้งในชุดกระโปรงวันพีชสีขาว ใบหน้างดงาม ดวงตาสีไนล์บูลเป็นกระกายกำลังสนทนากับพยาบาล ซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นภาพแอบถ่าย และข้อมูลที่อยู่ข้างๆภาพชวนให้วิตกมากกว่าเดิม

 

ถ่ายเมื่อ 13.30 น.พบผู้หญิงที่ต้องสงสัยว่าเป็นอดีตประธานาธิบดี รีลิน่า พีชคราฟ ที่ตายไปแล้ว

ขออนุญาตให้ลงข่าวในช่วงเย็น : อนุมัติ

           

 

          ในความจริง ฮีโร่อยากจะลบข้อมูลทั้งหมดที่เห็น แต่หากทำแบบนั้นจะทำให้สำนักข่าวเกิดความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าข่าวอยู่ในมือของสื่อแล้ว ไม่ว่าอะไรก็หยุดไม่ได้

           

 เขาตัดใจปล่อยให้เป็นแบบนั้น และรีบใช้โทรศัพท์โทรเข้าไปที่บ้าน ซึ่งหวังว่ารีลิน่าจะรับสาย

" สวัสดีค่ะ ..." เสียงหวานใสทำให้ใจของชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเธอยังปลอดภัย

"วันนี้มีไปโรงพยาบาลมาหรือเปล่า...." ฮีโร่เริ่มถามเพื่อความแน่ใจ

"จ๊ะ...นี่ก็พึ่งกลับมาถึงบ้านได้ซักพักเอง....."

           

   ฮีโร่นิ่งเงียบ....แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความยุ่งยากใจที่ทุกอย่างมันเป็นไปในทางที่เขาไม่ต้องการ

"ฮีโร่.......มีอะไรเหรอ?" เสียงปลายสายถามอย่างเป็นห่วง ชายหนุ่มสูดหายใจลึกๆก่อนที่จะถามคำถามชี้ชะตา

"ตอนที่ยังเป็น[พีชคราฟ] มีได้ซ่อนเอกสารอะไรไว้หรือเปล่า"

           

      ปลายสายเงียบไปนานจนฮีโร่เริ่มวิตก เขาเรียกชื่อของหญิงสาวจนเธอตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า "มี"

            วินาทีนั้น.......คำสาปของ [พีชคราฟ] ได้ทำงานอีกครั้งแล้ว ....!!

 

     ฮีโร่บอกรีลิน่าให้เก็บของเท่าที่จำเป็น แล้วเขาจะรีบไปรับให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะวางหูไป เขาเหลียวมองนาฬิกาซึ่งบอกเวลา 15.15 น. ก่อนที่มองไปยังจอภาพที่บันทึกการพูดคุยของดิวโอและรมต.บาร์เรนที่ ซึ่งทำท่าจะจบลง เขาหยุดการบันทึก และเขียนอีเมล์ส่งไปหาดิวโอด้วยข้อความสั้นๆว่า

 

    " มีเรื่องฉุกเฉิกต้องกลับ.....ที่ห้องทำงาน....Record ที่ 1433 WTR เปิดฟังที่นั่น" 

 

     จากนั้นฮีโร่ก็ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ได้เห็นเขารีบร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มไปที่ลานจอดรถก่อนที่จะขับรถสีดำคู่ใจบึ่งออกไปสู่ถนน เข็มชี้บอกความเร็วที่150กิโลเมตร บ่งบอกได้ว่าเขาอยากจะรีบกลับไปที่บ้านให้เร็วที่สุด และฮีโร่ก็ตระหนักได้ว่า การหนีของพวกเขา..........ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

//////////////////////////

 

ตอน1 เสร็จแล้ว....โอ้ย จะบ้าตาย ฟิคที่เขียนโดยไม่อู้ แต่ใช่เวลาเกือบ 3 วันในการเขียน อ่านทวนทั้งเรื่อง ปรับโครงสร้าง ไล่ทามไลน์กันให้วุ่น ถ้ามีอะไรผิดพลาดทักทายนะจ๊ะ

 

หวังว่าจะไม่งงกับที่เราเขียนนะ แล้วจะพยายามปั่นตอน 2 ออกมาในเร็ววัน

 

Comment

Comment:

Tweet