[Gundam wing fanfition] : Escape for the last Chapter 2.

posted on 19 Mar 2016 23:54 by bso-taki in fanfic directory Fiction

        ประธานาธิบดีที่ 3 แห่งดาวอังคารกำลังสับสันกับสิ่งที่ตัวเองกำลังฟังอยู่ในห้องทำงานของเจ้าหน้าที่พิเศษที่เป็นเพื่อนของเขา

         

          หมายความว่ายังไง......เอกสารลับที่ถูกซ่อนในทำเนียบ ตรูนั่งทำงานมาเกือบ 2 ปีดังไม่รู้อะไรเลย แล้วนี่ยังมีตาเฒ่า รมต.บาร์เรน กับสำนักข่าว TC เข้ามาเอี่ยว แถมมีเรื่องของคุณหนูเข้ามาเกี่ยวอีก.....นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!

          

            มิน่าล่ะ....เจ้าเพื่อนตัวดีถึงรีบออกไปอย่างไว คงเป็นห่วงว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเมียรักซินะ ดิวโอแอบยิ้มนิดๆ เขาดีใจที่เห็นทั้ง 2 คนอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขหลังจากที่ผ่านเรื่องยากลำบากปางตายมาด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาควรได้รับจริงๆ          

            หากแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นตอนนี้ทำให้รู้ว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป และเปลี่ยนไปในทางที่เลวร้ายด้วยซิ... รอยยิ้มของชายหนุ่มพลันจางหายไป เขากำลังคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดี เพราะเท่าที่ฟังมาทาง TC ส่งคนไปสืบถึงโรงพยาบาลแล้ว ถ้าหาเจอหญิงสาวขึ้นมา มันจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประหารรีลิน่า พีชคราฟจะโดนลากตัวออกมากันหมด

 

        ถ้ามันถึงจุดนั้น ก็เรียกได้แล้วเลยนี่คือหายนะขนานแท้ !

    

         ดิวโอสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆนั้นออกไป พลางคิดถึงฮีโร่ขึ้นมา อย่างน้อยหมอนั่นก็ไม่ยอมให้เรื่องนี้แดงออกมาแน่ๆ เขาจะหาทุกวิธีทางที่จะปิดเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

 

               ไม่ว่าวิธีนั้นจะหมายถึงการลอบฆ่าคนที่รู้เรื่องการตามที...............

           

           พอมาคิดถึงตอนนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มวัยกลางคนถึงกุมขมับอีกรอบ.....ไม่ ไม่ ไม่ ....ฮีโร่ควรจะหยุดเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ดิวโอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ของเขาเหนื่อยมาแค่ไหนกับเรื่องราวที่ผ่านมา เขาและคนที่เหลือเคยบอกฮีโร่ว่า นายวางมือจากเรื่องนี้แล้วไปอยู่กับรีลิน่าเถอะ ถึงเวลาที่ทั้งนายและเธอควรจะได้พักซักที จากนี้ไปพวกเราจะจัดการเรื่องที่เหลือเอง ....

 

แล้วคำพูดที่ว่า...เขาอยากให้มันยาวนานตลอดไป ไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวแค่ 2 ปีแบบนี้!! ให้ตายซิ....ทั้งฮีโร่กับรีลิน่าเกิดใต้ดาวอะไรกันเนี่ย ทำไมทั้ง 2 คนถึงไม่ได้อยู่อย่างสงบซักที ....พระเจ้าจะแกล้งพวกเขาไปถึงไหนกัน!

           

            ขณะที่ดิวโอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หน้าจอก็ส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ดิวโอจึงตื่นจากภวังค์พร้อมกับเปิดรับสัญญาณที่ว่า ..บนหน้าจอปรากฎภาพของผู้ช่วยของเขา ฮีโร่ ยุย หรือก็คืออัลฟ่า...ร่างโคลนของฮีโร่ที่เขารู้จัก เพียงแต่ฮีโร่คนนี้เป็นชายวัยกลางคนเช่นเดียวกับเขา

 

"มีอะไรเหรอ ยุย"

"มีเรื่องแล้วล่ะ แม็กซ์เวลล์!" น้ำเสียงของเขาดูร้อนรนไม่น้อย "เปิดช่องข่าวของ TC ดู เดี๋ยวนี้เลย"

           

            เพียงได้ยินชื่อช่องก็ทำให้ดิวโอผวา...เขาเปิดช่องข่าวของTC ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแล้วก็ได้เจอกับการรายงานข่าวที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุด...

           

             บนหน้าจอนั้นฉายภาพของหญิงสาวที่คุ้นเคย ผมยาวสีน้ำผึ้ง ดวงตาสีฟ้าสดใส ใบหน้ายิ้มแย้มในขณะที่พูดคุยกับพยาบาล แต่ดูก็รู้ว่ามันเป็นการแอบถ่าย ทั้งนี้ก็มีการรายงานของผู้ประกาศข่าวตามมา

 

" นี่เป็นรูปถ่ายที่ถ่ายได้วันนี้ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวปริศนาที่ต้องสงสัยว่าเธอคือ อดีตประธานาธิบดี   รีลิน่า พีชคราฟที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้ว ผู้สังเกตการณ์ได้รายงานว่า ท่าทีและกริยาหรือแม้กระทั่งน้ำเสียงของคนๆนี้ช่างเหมือนประธานาธิบดีไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นตัวจริง ซึ่งสายข่าวของเราได้สืบข้อมูลมาว่าหญิงสาวปริศนาผู้นี้อาศัยอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ระบุบไม่ได้ที่ไหน ซึ่งหามีความคืบหน้าอะไร เราจะรายการให้ทราบค่ะ"

          

          สิ้นการรายงานข่าว....ดิวโอถึงกับทุบโต๊ะด้วยความหัวเสียถึงขีดสุด ทั้งๆที่คุณหนูได้ใช้ชีวิตอย่างเงียบๆแล้วแท้ ก็ยังจะมาตามราวีแบบนี้ ....ให้ตายซิ เอกสารกับข้อมูลลับที่ว่านี่มันคืออะไรเนี่ย!? แต่ที่เขามั่นใจแน่ๆอย่างหนึ่ง มันต้องสำคัญกับบาร์เรนมากจนยอมใช้เวลา 2 ปีในการค้นหามัน

           

          เสียงสัญญาณบนหน้าจอดังขึ้นอีกครั้ง...ดิวโอเหลียวไปมองพบว่ามีหน้าต่างขนาดเล็กขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของยุยที่กำลังทำหน้าเครียด ซึ่งไม่ต่างกับเขาในตอนนี้เลย

"แม็กซ์เวลล์...ออกมาจากห้องได้แล้ว อีกไม่นานกองทัพนักข่าวคงจะมาที่นี่เพื่อถามความเห็นในเรื่องนี้แน่ๆ ทางเราก็ต้องเตรียมตั้งรับแล้ว ...เร็วเข้า"

"โอเค...รู้แล้ว" ดิวโอตอบสั้นๆพลางปิดหน้าจอทั้งหมดก่อนที่จะถอดหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ในความจริง..เขาไม่อยากจะเจอนักข่าวในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องง่ายๆที่จะตอบปัดไปว่าเขาไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น แต่ในความจริง...ดิวโอรู้ทุกอย่างว่าอะไรคืออะไร และนั่นทำให้เขาพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุดเพื่อไม่ให้คนจับพิรุธ ใส่หน้ากากของจอมหลอกลวงแล้วก็โกหกนักข่าวไปเสีย ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนื่อยเอาการ จนชายหนุ่มวัยกลางคนอดสงสัยไม่ได้ว่า คุณหนูรีลิน่าทนเข้าไปได้ยังไงกับสถานการณ์แบบนี้ ?

 

          ถ้าจบเรื่องนี้...เขาควรจะไปให้คุณหนูสอนซะแล้วล่ะ (ถ้าฮีโร่ไม่ว่าอะไรนะ)

           

              ประธานาธิบดีลุกขึ้นจากเก้าอี้และก้าวออกจากห้อง ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ดิวโอถึงกับรีบร้อนรับสายเพราะเสียงเรียกเข้าเสียงนี้มีความพิเศษและสำคัญมาก

           

              โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นเครื่องที่ควอเตอร์สร้างขึ้นมาและมอบให้กับอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 มันสามารถใช้ติดต่อสื่อสารกับคนทั่วๆไปได้ แต่หากเมื่อใดก็ตามที่ 2 ใน 5 มีการติดต่อหากันว่าจะด้วยกรณีใดๆ เสียงเรียกพิเศษที่ถูกตั้งขึ้นจะดังขึ้น พร้อมกับมีการปรับค่าความปลอดภัยระดับสูงสุดโดยอัตโนมัติ ไม่มีเครื่องดักฟังใดๆสามารถดักสัญญาณเสียงได้ จึงสามารถใช้เครื่องนี้ได้อย่างปลอดภัย

          

        ดิวโอเปิดหน้าจอขึ้นมาพบว่าเป็นข้อความเสียงจาก01SR ซึ่งเป็นรหัสของควอเตอร์ ส่งถึง 3 คนคือ เขา,โทรว่าและวูเฟย... ดิวโอกดฟังและก็มีเสียงอัตโนมัติที่ถูกติดตั้งถามขึ้นมา

"ยืนยันรหัสของท่าน"

"01D2-Deathscythe"

เครื่องเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะมีการตอบรับกลับมา

"สวัสดีคุณ ดิวโอ แม็กซ์เวลล์ มีข้อความจาก 01SR ถึงคุณ ดังนี้......"

เสียงอัตโนมัติเงียบไป ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงของควอเตอร์ขึ้นมาแทน

 

" นี่ฉันเอง.....คิดว่าทุกคนคงเห็นข่าวแล้ว...ฉันมีติดต่อฮีโร่หลังจากดูข่าว ตอนนี้ทั้งเขาและคุณรีลิน่ายังปลอดภัยดี และได้ฝากข้อความมาบอกทุกคนว่า ให้มารวมตัวที่คฤหาสน์วีนเนอร์ในคืนนี้ตอน 2 ทุ่มครึ่ง มีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกให้รับรู้....ส่วนฮีโร่กับคุณรีลิน่าอาจจะมาถึงคฤหาสน์ภายใน 1 ชั่วโมง...ขอให้มาให้ได้นะ แค่นี้แหละ"

 

       ดิวโอปิดโทรศัพท์ลงพร้อมมองดูนาฬิกา...18.13 น. ลองให้นักข่าวสัมภาษณ์เต็มที่ก็น่าจะครึ่งชั่วโมง แล้วก็รวมทำอะไรจิปาถะก็น่าจะเสร็จประมาณทุ่มครึ่ง....เวลาเหลือเฟือที่จะไปทันเวลารวมพล

 

เอาล่ะ...รีบจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วไปคฤหาสน์โลด!!

 

///////////////////////////////////////////////////////////

          

             เวลา 19.00 น

            ผู้นำตระกูลวีเนอร์รีบออกจากห้องทำงานส่วนตัวมายังห้องรับรองแขก เมื่อมีคนแจ้งว่ามีแขกมาหา แน่นอนว่าในเวลานี้แขกของเขามีเพียงสหายเก่าที่ร่วมรบกันมาในสมัย AC เท่านั้น! เมื่อไปถึงที่หมาย เขาก็พบกับชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มในชุดโค้ทยาวสีดำกับหญิงสาวเรือนผมสีน้ำผึ้งในชุดโค้ทสตรีสีเทาอยู่ที่นั้น นั่นทำให้เจ้าบ้านอย่างเขายิ้มออกมาทันที

 

"ฮีโร่......คุณรีลิน่า ดีใจที่มาถึงอย่างปลอดภัยนะครับ" ควอเตอร์เรียกพลางเดินเข้าไปหา ทำให้ทั้ง 2 หันมามอง

"สวัสดีจ๊ะ ควอเตอร์คุง รบกวนด้วยนะ " หญิงสาวกล่าว พลางยิ้มละมัยให้

"ไม่เป็นไรหรอกครับ.....ทั้ง 2 คนคงเหนื่อยซินะ นั่งก่อนเถอะ ฉันจะเรียกให้คนเอาน้ำชามาให้ " ควอเตอร์รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างจาก 2 คนนี้ ทั้งความตึงเครียดจากฮีโร่และความกังวลของรีลิน่า บรรยากาศรอบตัวทั้ง 2 ดูหนักอึ้งจนควอเตอร์ที่ยังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็เดาได้ว่าปัญหาในครั้งนี้มันคงเป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว ในฐานะเพื่อนและเจ้าบ้าน...เขาควรทำให้ทั้งคู่ผ่อนคลายลงบ้าง

"คนอื่นล่ะ..."ฮีโร่ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆตามแบบฉบับของเขา

"ยังเลย...คงต้องรออีกซักหน่อย ยิ่งดิวโอนี่คงช้ากว่าเพื่อนแน่ๆ เพราะต้องตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับข่าวที่ออกไป"

 

       ฮีโร่พยักหน้าเข้าใจ หากแต่บรรยากาศรอบตัวยิ่งตึงเครียดหนัก รีลิน่าที่รับรู้ได้จึงยื่นมือไปสัมผัสกับมือของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน

 

"ไม่เป็นไรนะ ฮีโร่....ดิวโอคงไม่ทำอะไรผิดพลาดหรอก อย่าห่วงไปเลย" เสียงหวานใสที่คอยปลอบโยนทำให้เขาผ่อนคลาย บรรยากาศหนักๆรอบตัวเริ่มจางหายไป ฮีโร่พยักหน้ารับพลางกุมมือของหญิงสาวอย่างเบามือ ทำให้สาวเจ้ายิ้มน้อยๆออกมา

          

          ควอเตอร์เห็นแบบนั้นก็เผลอยิ้มตาม ดีจริงๆที่ 2 คนนี้ได้อยู่ด้วยกัน ทั้งคู่เปลี่ยนไปไม่น้อยเลย ไม่ว่ารูปลักษณ์ภายนอกและสภาพจิตข้างใน เขาจำได้ว่าดิวโอโทรมาบ่นอุบเรื่องฮีโร่ที่จู่ๆก็สูงขึ้นเป็นว่าเล่น ราวกับว่าเวลาที่หยุดไปกลับมาเดินในจังหวะที่ควรจะเป็น ภายใน 2 ปี ฮีโร่ก็สูงพรวดไปถึง177 ซม. ใบหน้าดูคมคายขึ้น แววตาดูมีชีวิตชีวากว่าแต่ก่อน ซึ่งพอควอเตอร์ได้เห็นฮีโร่ในวันนี้ก็เข้าใจในสิ่งที่ดิวโอพูด มีแต่บุคลิกนิ่งๆของเจ้าตัวนี่แหละที่ไม่เปลี่ยน แต่เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกัน ทำให้ฮีโร่กลายเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาและดูน่าค้นหาคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งสร้างความหมั่นไส้ให้ดิวโออย่างมาก ดิวโอยังเผาเรื่องฮีโร่ให้ฟังอีกว่า รายนั้นเนื้อหอมมากจนได้ช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์เต็ม 3 ถุงใหญ่ แต่เจ้าตัวกลับเอาช็อกโกแลตทั้งหมดไปให้เด็กที่อยู่ในโบสถ์แทนซะงั้น

           

          ส่วนคุณรีลิน่า....บอกได้เลยว่าเธอก็สูงขึ้นไม่น้อย แต่นั่นก็สูงได้แค่ช่วงไหล่ของฮีโร่เท่านั้น ใบหน้าเรียวสวยดูสดใสและงดงาม รอยยิ้มน้อยๆที่เห็นไปเมื่อครู่ทำให้รู้ว่าการได้อยู่กับฮีโร่คือความสุขของคุณรีลิน่า มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่มีทางเกิดขึ้นหากเธอยังเป็นพีชคราฟอยู่

           

       นี่คือผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับการที่ทั้ง 2 เคยเสียสละมากมายให้กับคนทั้งโลก    

           

     สาวใช้ของตระกูลวีเนอร์เข้ามายังห้องรับแขกพร้อมกับชุดน้ำชา ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากคิดเรื่องไปต่างๆนาๆ เมื่อสาวใช้จากไป เขาจึงเชิญให้ฮีโร่และรีลิน่านั่งพักดื่มน้ำชาและรอการมาของเพื่อนที่เหลือ........

/////////////////////////////////////

          

         โทรว่าและวูเฟยมาถึงคฤหาสน์ในเวลา 2 ทุ่ม ในขณะที่ดิวโอมาได้ทันเวลาชนิดเฉียดฉิว แต่ก็ไม่ได้มีใครคิดจะตำหนิดิวโอเพราะรู้ว่าในบรรดา 5 คน รายนี้งานเยอะจึงเป็นเรื่องยากที่จะปลีกตัวออกมา

 

" เอาล่ะ ฮีโร่....คราวนี้บอกได้หรือยังว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ข่าวที่ออกมานี่มันคืออะไร?" ควอเตอร์เป็นคนเริ่มคำถาม ซึ่งตอนนี้ทุกคนนั่งอยู่ที่โซฟารับแขกในห้องทำงานส่วนตัวของผู้นำตระกูลวีเนอร์ ซึ่งทำให้พุดคุยเรื่องที่เป็นความลับได้อย่างสบายใจ

           

         ฮีโร่มองสมาชิกที่นั่งรายล้อมอยู่ก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดที่ได้ยินมาจากการดักฟัง (ซึ่งแน่นอนว่าดิวโอรู้เรื่องนี้แล้ว ) ซึ่งคนที่เหลือที่ได้ฟังต่างทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

"บาร์เรน วอลล์แฟร์......" โทรว่าเปรยขึ้นมา " สังหรณ์ใจแล้วเชียวว่าหมอนี่ไม่ชอบมาพากล"

"ไม่ชอบมันเลย " คราวนี้เป็นวูเฟยที่พูดออกมา "เห็นหน้าแวบแรกก็รู้สึกได้ถึงความไม่น่าไว้ใจ แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆด้วย"

"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน..."ควอเตอร์สำทับ "แบบนี้ทางฮีโร่กับดิวโอก็คงรู้สึกเหมือนกันซินะ"

           

         ทั้งฮีโร่และดิวโอต่างพยักหน้ารับ ดูเหมือนว่าอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 ที่ผ่านสมรภูมิรบและเจอสถานการณ์แย่ๆมามากมาย ทำให้พวกเขามีประสาทสัมผัสบางอย่าง ที่ทำให้รับรู้ถึงความผิดปกติของ รมต.คนนี้ ความผิดปกติที่ถูกปกปิดไว้ รอวันที่จะแผลงฤทธิ์ออกมา แน่นอนว่าถ้าถึงวันนั้นขึ้นมาล่ะก็..ความวุ่นวายครั้งใหม่อาจจะเริ่มขึ้นอีก

 

"ดูเหมือนทุกคนจะมีมติเอกฉันท์เรื่องบาร์เรน" ดิวโอกล่าว น้ำเสียงแฝงด้วยความดีใจนิดๆที่รู้ว่า ทุกคนคิดเห็นเหมือนกัน "แต่ว่านะ...........เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน....ฉันอยากรู้เรื่องเอกสารและข้อมูลลับที่ว่า...มันมีจริงๆเหรอ"

           

           สายตาทั้ง 4 คู่ จับจ้องมายังสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีปรัสเซีย บลู เธอซึ่งเป็นอดีตประธานาธิบดีที่อยู่ในประเด็นการสนทนาในครั้งนี้ หญิงสาวมองชายหนุ่มผู้เป็นสามีเป็นเชิงถามว่าเธอสามารถเล่าเรื่องได้แล้วใช่ไหม ..ซึ่งชายหนุ่มก็เข้าใจในสายตานั้นจึงพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต

          

           รีลิน่าสูดหายใจลึกๆ รวบรวมสติและรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ได้เอกสาร

 

" ใช่จ๊ะ...มันมีจริงๆ ฉันเจอมันปนมากับเอกสารงานอื่นๆ"

"แล้วมันคืออะไรครับ" ควอเตอร์ถามอย่างใคร่รู้

"มันเป็นเอกสารที่รมต.บาร์เรนกับสำนักข่าวTCติดต่อกัน ว่าด้วยเรื่องของการจารกรรมข้อมูลของอาวุธสงครามและโมบิลสูท"

           

ได้ยินเท่านี้ก็ทำให้ ทั้ง 4 คนก็ผงะด้วยความตกใจ หากแต่มันยังไม่จบเพียงเท่านี้

 

"แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือ....แผ่นดิสท์ " อดีตประธานาธิบดีสาวกล่าวต่อไป สีหน้าเริ่มหวาดวิตกเมื่อย้อนคิดไปถึงวันนั้น " ตอนที่เปิดแผ่นดิสท์ออกมา...สิ่งที่อยู่ในนั้นคือ แบบพิมพ์เขียวของโมบิทสูทร่วม 30 ตัว และในจำนวนนั้น........มีกันดั้มทั้ง 5 ของพวกเธอรวมอยู่ด้วย!! "

           

            วินาทีนั้น ทั้ง 4 เบิกตาโพล่งอย่างตกตะลึงพร้อมอุทานอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ฝ่ายฮีโร่ที่รู้เรื่องมาก่อนที่จะถึงที่นี่ก็ยังทำหน้าเครียดเมื่อได้ยินอีกครั้ง

 

"ทั้งหมดทำให้สันนิษฐานได้ว่า สโนเดนเอาข้อมูลเรื่องการเจรจาติดต่อของบาร์เรนและมาแรต รวมถึงข้อมูลพิมพ์เขียวหนีออกมา แต่จะส่งให้ใครก็ไม่ได้เพราะเขาคงไม่ไว้ใจใคร เลยแอบเข้าทำเนียบแล้วเอาเอกสารไปวางปนกับเอกสารราชการที่จะเอาไปให้รีลิน่าแล้วหนีไปที่ไหนซักแห่ง รอเวลาให้ประธานาธิบดีออกมาจัดการ หากแต่เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นมา ทำให้เขาต้องออกมาทำลายข้อมูลที่ยังอยู่กับบาร์เรนในอีก 1 เดือนต่อมาและหายสาบสูญไป" ฮีโร่สรุปเรื่องทุกอย่าง

 

"บางที....สโนเดนคงรออยู่ 1 เดือนเต็มเพื่อดูว่าจะมีข่าวของข้อมูลลับที่ตนนำมาให้หลุดออกมาหรือเปล่า แต่เมื่อไม่มี....เขาคงทำใจเรื่องเอกสารที่ตนเองมอบให้คงหายไปแล้ว จึงหันไปทำลายข้อมูลแทนซินะ ซึ่งดูท่าจะสืบมาแล้วว่าข้อมูลทั้งหมดถูกส่งไปที่บาร์เรน และไม่มีการสำรองข้อมูลกับทางมาแรต น่าจะเพื่อความปลอดภัยของสำนักข่าวเองด้วย" โทรว่าเสริมซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยว่ามีความเป็นไปได้  

 

"ซึ่งมันก็ยืนยันได้แล้วว่า บาร์เรนกับมาแรตเจ้าของสำนักข่าว TC เป็นพวกเดียวกัน บาร์เรนเป็นนายทุนและมาแรตเจ้าของสื่อเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์และทำงานหาข้อมูลต่างๆตามที่บาร์เรนต้องการ ดูท่าสำนักข่าวนี้คงเลี้ยงแฮงค์เกอร์มือดีเอาไว้เยอะเลย" ดิวโอสรุปพลางประชดประชันในการทำงานของสื่อ

 

"แต่เท่าที่รู้กันว่า..สำนักข่าว TC ก็ทำตัวเป็นสื่อที่ดีมาตลอด...ถึงจะมีข่าวบ้าบอหลุดออกมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดที่จะถูกประณามว่าเป็นสื่อไร้คุณภาพนะ" ควอเตอร์ตั้งข้อสังเกต "ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าปกปิดตัวเองได้ดีจนน่ากลัวเลยล่ะ"

 

" หน้าไหว้หลังหลอกชะมัดคนแบบนี้ "วูเฟยสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ "ลองสำนักข่าวนี่หาพิมพ์เขียวมาให้รมต.ได้ขนาดนี้ แสดงว่าเจ้าตัวตั้งใจจะสร้างโมบิทสูทขึ้นมาเพื่อก่อสงครามแน่ๆ "

           

            ทุกคนคิดเหมือนชายชาวจีนที่กำลังหัวเสีย แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นคำถามอยู่ในใจ

           ทำไปเพื่ออะไร?....................

           

           แต่ว่าคงไม่มีใครคิดหาคำตอบ สิ่งที่ทุกคนเรียนรู้มาจากอดีต.....ไม่ว่าจะยุดไหนสมัยไหนก็จะมีคนที่กระหายสงครามอยู่เสมอ จึงป่วยการที่จะค้นหาความจริงจากคนเหล่านั้น

 

"แต่ยังดีที่ในระยะ 2 ปียังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เพราะข้อมูลพิมพ์เขียวที่เหลืออยู่ มีเพียงแผ่นดิสท์ที่รีลิน่าซ่อนไว้ ทำให้บาร์เรนทำอะไรไม่ได้มากกว่าไปการหาตัวสโนเดนและสืบหาว่าข้อมูลที่ถูกขโมยอยู่ที่ไหน" ดิวโอกล่าวพลางหันไปมองอดีตประธานาธิบดีหญิง "เอาล่ะ...คุณหนู ช่วยบอกได้ไหมครับว่าเอาเอกสารและแผ่นดิสท์ไปซ่อนไว้ที่ไหน"

          

           อีกครั้งที่รีลิน่าหันไปมองฮีโร่ ทั้งคู่มองกันอยู่ซักพักก่อนที่จะพยักหน้ารับเหมือนกับว่าตกลงอะไรกันบางอย่างไว้แล้ว

 

"ขอโทษนะดิวโอ แต่ฉันกับฮีโร่คุยกันแล้ว...และตกลงว่าไม่บอกเธอในเรื่องนี้..." รีลิน่าประกาศ ทำเอาหนุ่มเจ้าของชื่อมึนงงกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนที่จะเริ่มโวยวายออกมา

 

"ดะ...ดะ.....เดี๋ยวซิ คุณหนู.....ทำไมล่ะ??...ถ้าได้เอกสารกับแผ่นดิสท์มา พวกเราก็สามารถเปิดโปงเรื่องของบาร์เรนกับสำนักข่าว TC ได้นะ"

 

"แต่ถ้าทำแบบนั้น...รับรองว่าจะมีเรื่องอื่นๆตามมาเป็นพรวนน่ะซิ" ฮีโร่พูดสวนดิวโอออกมา "อย่าลืมซิ ดิวโอ...ตอนนี้บาร์เรนเข้าใจว่าเอกสารและแผ่นดิสท์ที่ถูกซ่อนอยู่มีแต่รีลิน่าที่รู้ แล้วยิ่งมีข่าวที่เจอรีลิน่ายังมีชีวิตอยู่ และด้วยเหตุข้างต้นที่ว่ามา....หากนายไปเอาข้อมูลมาเพื่อลากให้บาร์เรนมารับผิด เชื่อเถอะ ..ไอ้ รมต.นั้นจะเข้าใจว่านายมีส่วนเกี่ยวข้องกับรีลิน่า คราวนี้...เรื่องมันจะยาวกว่าเดิม เพราะจะมีการสาวไส้สืบความกันอีกว่าไปรู้จักได้ยังไง และในกรณีที่เลวร้ายที่สุด.....หากมีการสืบรู้ว่าการประหารนั้นคือละครตบตาฉากใหญ่....งานนี้นายอาจจะนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีไม่ติดเลยล่ะ รวมไปถึงคนอื่นๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะโดนลากออกมา....บอกได้เลยมันได้ไม่คุ้มเสีย"

           

            ประธานาธิบดีแห่งดาวอังคารฟังเพื่อนไพล็อตพลางครุ่นคิดในสิ่งที่ได้ยิน.....มันหวนให้เขาคิดถึงตอนที่โดนสัมภาษณ์ก่อนที่จะมาที่นี่....

คิดยังไงกับข่าวนี้คะ

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ท่านจะทำยังไงต่อคะ

อีกสารพัดคำถามที่ทำให้เขาปวดหัวมากๆ จนไม่อยากตอบอะไรทั้งสิ้น แล้วนี่ถ้าเกิดเขาดื้อดึงเอาเอกสารออกมาแล้วเกิดเรื่องที่ฮีโร่ว่าเอาไว้....มันคงหนักหนายิ่งกว่านี้เสียอีก

 

"ที่ฮีโร่พูดมา...มันมีเหตุผลนะ" โทรว่าเสริม โดยที่มีควอเตอร์และวูเฟยพยักหน้ารับ

"แล้วมันมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นด้วย เพราะพวกเราเองก็มีชนักปักหลังที่ทำอะไรโจ่งแจ้งไม่ได้ ถ้าทางนั้นโดนสาวไส้ออกมา เขาก็จะลากให้พวกเรามาโดนด้วย" คอวเตอร์สำทับ

"รับรองว่าถ้าโดนลากออกมา จบเห่แน่ๆ" วูเฟยกล่าวพลางถอนใจอย่างหน่ายๆ

"เพราะอย่างนั้น...ขอเถอะนะ ดิวโอ ฉันบอกไม่ได้จริงๆ ถือว่าเพื่อทุกคน" รีลิน่าขอร้อง ทำให้ดิวโออ่อนใจ เขาหยักไหล่เป็นคำตอบและยิ้มสดใสให้

"ก็ช่วยไม่ได้นี่นา....ฮีโร่เองก็พูดซะขนาดนี้แถมฟังขึ้นจนค้านไม่ออก งั้นไม่ต้องบอกน่ะดีแล้ว แต่ถ้าเจอโดยบังเอิญก็อย่าว่ากันนะ"

           

           คราวนี้เป็นรีลิน่าที่ยิ้มออกมา....เป็นรอยยิ้มที่มีความนัยจนชวนให้สงสัยจนดิวโอถึงกับขมวดคิ้วอย่างงุนงง

"ต่อให้เจอโดยบังเอิญ ดิวโอก็เอาออกมาไม่ได้อยู่ดีนั้นแหละ....เพราะข้อมูลทั้งหมดถูกเก็บเอาไว้ในที่ๆหนึ่ง ซึ่งโดนเข้ารหัสไว้ให้มีแต่ฉันเท่านั้นที่เปิดได้ ปล่อยมันเอาไว้แบบนั้นเถอะ มันจะปลอดภัยตราบที่อยู่ตรงนั้น"

          

           ช่างเป็นอดีตประธานาธิบดีที่รอบคอบในเรื่องการเก็บข้อมูลจริงๆ ประธานาธิบดีคนปัจจุบันได้แต่รำพึงอยู่ในใจก่อนที่จะยิ้มแหยงๆออกมา

 

"เอาเป็นว่าก็จบเรื่องเอกสารไป..." โทรว่าสรุปก่อนที่จะเปิดประเด็นใหม่ " แล้วนายกับรีลิน่าจะเอายังไงต่อ..ดูท่าบาร์เรนกับมาแรตคงไม่ปล่อยไว้แน่ๆ คงต้องหาที่หลบซักพักซินะ"

           

             เป็นคำถามที่ทำให้ฮีโร่ถอดหายใจออกมาพลางทำสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

"ก่อนที่ควอเตอร์จะโทรมา....ฉันคิดว่าจะหนีออกจาดาวอังคารไปก่อนแล้วค่อยหาที่หลบ แต่สังหรณ์ใจแปลกๆเลยใช้โน้คบุ๊คแฮงก์ระบบกล้องวงจรปิดในสนามบินเพื่อดูว่าภายในเป็นยังไงบ้าง และก็เป็นไปตามที่คาด....มีคนน่าสงสัยว่าจะเป็นคนของบาร์เรนและมาแรตอยู่ข้างใน ทำให้ฉันยกเลิกแผนออกนอกดาวอังคาร...ซึ่งตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหนีไปที่ไหนดี เพราะเชื่อว่าด้วยอำนาจและคนของทั้ง 2 ฝ่าย คงมีการจับตามองพวกเราไว้แล้วแน่ๆ คงเป็นเรื่องยากแล้วล่ะ "

 

"งั้น...อยู่ที่ก่อนก็ได้นี่ครับ" ควอเตอร์เสนอ "ตระกูลวีเนอร์เองก็มีชื่อเสียงพอตัว น่าจะช่วยกั้นไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามายุ่งย่ามได้ น่าจะหลบได้อย่างปลอดภัยนะครับ"

 

"ยังไงเสียก็ยังอยู่ในดาวอังคาร ก็คงยังไม่ปลอดภัยอยู่ดี" วูเฟยค้านขึ้นมา "อยู่กับตระกูลวีเนอร์น่ะปลอดภัยจริง แต่ตราบใดที่บาร์เรนและสื่อกัดไม่ปล่อย พวกนั้นก็ต้องหาทั้ง 2 คนเจอในที่สุด ถึงตอนนั้นมันไม่ดีแน่ๆ"

            

              วินาทีนั้น ดิวโอลุกพรวดขึ้นมาพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่มีน้ำโห

"แล้วจะให้ทำยังไง.....หนีออกนอกดาวอังคารไม่ได้ ถ้าที่นี่ไม่ปลอดภัยด้วยอำนาจของตระกูลวีเนอร์ แล้วจะให้ทั้ง 2 คนไปอยู่ที่ไหนล่ะ!!"

"ไม่มีที่ไหนปลอดภัยทั้งนั้น.....ฮีโร่น่ะรู้อยู่แก่ใจดี ใช่ไหม...." หนุ่มชาวจีนกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านกับคำพูดที่เต็มไปด้วยโทสะของประธานาธิบดี กลับกัน เขาหันไปมองชายหญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเพื่อดูท่าทีของทั้ง 2

           

                ฮีโร่กับรีลิน่าไม่พูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับในสิ่งที่วูเฟยพูด เพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ ทั้งเขาและหญิงสาวก็ไม่อยากให้เจ้าบ้านตระกูลวีเนอร์ต้องมาเดือดร้อนหากถูกจับได้ขึ้นมา แต่พวกเขาจะหนีไปที่ไหนได้ล่ะ ในเมื่อตอนนี้ดาวอังคารอาจจะไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

           

                ในความตึงเครียดอันเงียบงัน เสียงโทรศัพท์ตรงโต๊ะทำงานของควอเตอร์ดังขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวรีบไปดู จึงรู้ว่าเป็นควอเทอเรียติดต่อเข้ามา เขาจึงเปิดสายรับ

"พี่ค่ะ....มีการติดต่อเข้ามาจากโคโลนี 1 ค่ะ"

           

           เจ้าบ้านขมวดคิ้วอย่างสงสัย...ใครกัน แถมมาจากโคโลนี 1 ด้วย

"เขาแจ้งชื่อหรือเปล่าว่าใคร"

" Dr. J ค่ะ"

 

-- to be continue --

[SRW Fanfic ]Heero and Relena 's side : Photo

posted on 12 Mar 2016 21:19 by bso-taki in fanfic directory Fiction

สิบเนื่องจากเกม super robot taisen z3 ที่มีโมเม้นต์ให้ฮา+ฟิน เลยเอามาเขียนฟิคนี่แล...อิอิ ขอให้สนุกกับการอ่านนะ

//////////////////////////////////////////////////////

 

                ผ่านมา 3 วันหลังจากที่ช่วยรีลิน่าออกมา ฮีโร่พบว่าบรรยากาศในยานมันเปลี่ยนไป.... เวลาเดินไปไหนก็มีคนยิ้มให้ รู้สึกถึงสายตาแปลกๆที่มองมาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันไม่ได้ประสงค์ร้าย แต่ฮีโร่บรรยายออกมาไม่ได้มันเป็นยังไง แล้วบางทีก็มีสาวๆในยานมาคุยประสานงาน พอคุยเสร็จเขาจะได้ยินกลุ่มสาวๆ คุยกันประมาณว่า เสียดายจัง คนมีเจ้าของแล้ว ซึ่งฮีโร่ก็สงสัยว่านี่พูดเรื่องอะไรกัน และบรรยากาศแปลกๆเหล่านี้มันจะชัดมากเวลาเขาคุยกับรีลิน่า!

            เมื่อทั้ง 2 คุยกัน แม้จะเป็นในเรื่องงานทั่วๆไป จะมีสายตาคนของรอบข้างมองมายังทั้งคู่พลางอมยิ้ม หรือไม่ก็ซุบซิบกันแล้วเดินออกไปจากจุดที่พวกเขาอยู่พลางยิ้มให้อีก มีครั้งหนึ่งที่ฮีโร่กับรีลิน่าดูงานกันอยู่ มารู้สึกตัวอีกทีคนหายหมดห้องเลยก็มี

           

             ราวกับจงใจให้พวกเขาอยู่กันแค่ 2 คน

           

            เมื่อฮีโร่ลองถามรีลิน่าในเรื่องนี้ เธอเองก็รู้สึกได้เช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ซึ่งสร้างความฉงนสงสัยให้กับทั้งคู่ไม่น้อย. แต่ด้วยลางสังหรณ์ของฮีโร่.....เขาเชื่อว่าเรื่องที่เขาไปช่วยรีลิน่าเป็นสาเหตุของบรรยากาศในตอนนี้....แต่มันเริ่มจากตรงไหนเขาเองก็ไม่แน่ใจ ไปถามพวกดิวโอ แต่ทั้งกลุ่มก็ส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง

           

          เอาจริงๆ....ฮีโร่รู้ว่าทั้งกลุ่มรู้อยู่แก่ใจแต่ไม่คิดจะบอก จึงป่วยการที่จะไปถามอีกครั้ง ฮีโร่จึงเลิกสนใจและทำงานตามปกติ จนกระทั่ง........

 

"เฮ้.....ฮีโร่" เสียงของใครซักคนเรียกเขา ทำให้เจ้าของชื่อหันไปมอง และแปลกใจไม่น้อยที่รู้ว่าคนที่เรียกคือ อาซึกะ ชิน...

"มีอะไร?"

"เปล่าหรอก...แค่ว่ามาทักว่าได้รูปจากเจ้าAG แล้วใช่ไหม..รูปสวยถูกใจไหมล่ะ" ชินถามพลางหัวเราะในลำคอ ทำเอาฮีโร่เผลอขมวดคิ้วอย่างสงสัย...รูปถ่ายอะไร เขาจำได้ว่าเจ้า AG ให้ห้อง D-Trader ก็มีพูดถึงรูปถ่ายที่อยากให้เขาซื้อ แต่ไม่ทันที่AGจะพูดอะไรต่อ เซคุสก็มาขวางไว้พอดี ทำให้การสนทนาตรงนั้นจบลงและเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก

 

       แต่มาตอนนี้.......เรื่องรูปถ่ายก็วนกลับมาหาเขาอีก.....นี่มันเรื่องอะไรกัน?

 

"ฉันไม่ได้รูปที่นายว่า....เพราะมีคนขอให้ลบข้อมูลไปก่อน " ฮีโร่พูดไปตามตรง ทำเอาคู่สนทนาถึงกับผงะไปทันที

"ถามจริง!! " ชินร้องเสียงหลงก่อนเอามือขึ้นมาก่ายหน้าผาก...มิน่าล่ะ...ฮีโร่ถึงวางเฉยกับคนรอบข้างที่มองมาด้วย"ความเอ็นดู" แบบนั้น แต่ว่า....เอาไว้ก่อน ชินรับรู้ว่าความซวยกำลังมาเยือนเขาแล้ว เพราะเล่นไปเผลอพูดเรื่องนี้เข้า เจ้าตัวต้องสงสัยแน่ๆ

"มันเรื่องอะไร ...นายรู้ใช่ไหม ชิน " ฮีโร่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง คราวนี้เขาต้องรู้ให้ได้ว่ารูปที่ว่าคืออะไร

       

       นั้นไง...ว่าแล้ว........ชินนึก.......เอาว่ะ...เลยตามเลยแล้วกัน

 

"คือแบบนี้นะ....."ชินกล่าวพร้อมกับหยิบรูปถ่ายขึ้นมา แน่นอนว่าฮีโร่เห็นแต่ด้านหลังของภาพที่ขาวโพลน "นายจำอะไรได้ตอนที่ไปช่วยคุณรีลิน่า?"

"ฉันจำได้แค่ว่าเข้าไปเจอรีลิน่า แล้วทุกอย่างก็วูบลง" ฮีโร่กล่าว...ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกตัวว่าระหว่างนั้นมันน่าจะมีอะไรซักอย่างซึ่งอาจจะเป็นที่มาของท่าที่แปลกๆของคนในยานตลอด 3 วันที่ผ่านมา!

 

           ชินเผลอยิ้มกริ่มเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่ ก่อนที่จะยื่นรูปไปตรงหน้าฮีโร่

"นี่ไง....รูปที่นายสงสัย....ดีนะเก็บเผื่อเอาไว้ " ชินกล่าวพลางหัวเราะชอบใจ

           

           ทันทีที่ฮีโร่ได้เห็นรูป เขารู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองร้อนขึ้นมา ดวงตาสีปรัสเซีย บลูเบิกโพล่งอย่างตกตะลึง รูปถ่ายที่อยู่ตรงหน้า....เป็นรูปที่เขาสลบไสล...ใบหน้าซบอยู่ที่อกของรีลิน่า ซึ่งเธอกำลังประคองโอบกอดเขาอย่างอ่อนโยน สีหน้าของเธอในภาพบ่งบอกถึงความห่วงใยอย่างมากมาย

           

         ฮีโร่หันไปมองชินด้วยสายตาความตกใจ หากแต่ในวินาทีต่อมา...ชินถึงกับเสียวสันหลังวาบเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่เปลี่ยนไป สีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาชนิดที่ทำให้ชินอยากจะถอยหนีไปทันที

"ชิน....นายถ่ายไว้ทำไม!? " น้ำเสียงทุ้มต่ำผิดปกติ ราวกับว่าฮีโร่กำลังกดเก็บอารมณ์ไว้ เชื่อว่าถ้าตอบไม่เข้าหู อาจจะมีมหกรรมเชือดนักบินกันในยานแน่ๆ

"โทษทีที่ทำแบบนี้.....จริงๆคุณคิระก็ห้ามแล้ว.แต่ก็อดไม่ได้น่ะ...." ชินรับผิดพลางขอโทษ การแก้ตัวคงไม่ช่วยอะไร สู้ยอมรับไปตรงๆ อาจจะดีกว่า  

"เอางี้....เพื่อไถ่โทษที่ฉันทำไว้....นายเอารูปนี้ไปเถอะ ดูท่าไฟล์ภาพต้นทางที่อยู่กับAG คงโดนลบไปแล้ว ฉะนั้น....รูปนี้จึงเป็นรูปเดียวที่เหลืออยู่ แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่ามีภาพนี้หรอกนะ นอกจากฉันและนาย ตกลงนะ"

           

       ฮีโร่นิ่งไปซักพักก่อนที่จะเอารูปมา มองดูอย่างพินิจพลางทำหน้าปั้นยาก...แต่แล้วเมื่อเขาจะนึกอะไรออก จึงได้ถามชินออกไป

"ถามอีกอย่าง ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ในรูป มีใครอยู่อีกบ้าง"

"โอ้ยยยยย เพียบ......." ชินตอบพลางหยักไหล่ "แก๊งค์ของนาย 4 คน คุณเซคุส คุณคิระ เออ....คุณอามุโร คุณคามิว ...ขี้เกียจไล่ชื่อวุ้ย เอาว่ามีพยานเห็นเยอะเลยล่ะ ต่อให้ฉันไม่ถ่ายรูป ไอ้เรื่องนี้ก็คงปิดไม่มิดอยู่ดีนั้นแหละ"

 

คำตอบของชินทำให้ฮีโร่เข้าใจถึงบรรยากาศรอบตัวที่ผ่านมาในทันที

นี่หมายความว่าคนทั้งยานรู้ว่าเขากับรีลิน่า.............................

ฮีโร่รีบเดินอย่างรวดเร็วไปตามทางเดิน โดยทิ้งชินที่แอบยิ้มกริ่มไว้เบื้องหลัง

 

///////////////////////////////////////////

           

              ริลิน่าที่พึ่งออกจากห้องประชุมรู้สึกแปลกใจที่เจอฮีโร่รออยู่หน้าห้อง เธอสัมผัสได้ว่าเขาคงมีธุระด่วนที่อยากคุยด้วยเป็นแน่

"รีลิน่า.....ขอคุยด้วยได้ไหม ตอนนี้"

"อืม...ได้สิ มีอะไรเหรอ?" หญิงสาวแอบสงสัย หากแต่ฮีโร่ไม่ตอบ เขารอจนคนออกไปจากห้องประชุมให้หมดและรอให้บริเวณนั้นปลอดคน ก่อนที่เขาจะพารีลิน่าเข้าไปคุยในห้องนั้นแทน

           

             ห้องประชุมมีโต๊ะขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง มีเก้าอี้นับสิบวางล้อมรอบโต๊ะ และด้วยความที่เป็นห้องใหญ่และมีคนใช้งานทีละมากๆ จึงมีการช่องปรับอากาศอยู่ทั่วห้อง เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก

 

"ฉันรู้แล้วว่าไอ้บรรยากาศแปลกๆรอบตัวพวกเรามันมาจากอะไร" ฮีโร่เปิดประเด็นทันที หลังจากที่แน่ใจแล้วว่ามีเพียงแค่เขากับเธอในบริเวณนี้

 

"จริงเหรอ...แล้วมันคืออะไรล่ะ?" รีลิน่าถามอย่างสนใจ เพราะทางเธอก็โดนเหล่าบรรดาสาวๆมองพลางหัวเราะคิกคักให้ บ้างก็พูดเบาๆ ที่เหมือนตั้งใจให้เธอได้ยินว่า ก็ดูเหมาะสมกันดีนะ ซึ่งเธอไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

 

          ฮีโร่สูดหายใจลึกๆเหมือนพยายามทำใจให้สงบ พลางทำสีหน้าลำบากใจ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้รีลิน่ามาก เพราะเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน  ก่อนที่เขาจะยื่นรูปถ่ายที่ได้มาให้หญิงสาวดู

 

          เมื่อรีลิน่าได้เห็นภาพในมือฮีโร่ ใบหน้าของเธอถึงกับแดงเถือกขึ้นมาทันทีก่อนที่จะรีบหยิบรูปในมือของชายหนุ่มขึ้นมาดูชัดๆ แต่ยิ่งดูก็รู้ว่าเธอไม่ได้ตาฝาด

"ฮะ...ฮะ...ฮีโร่....รูปนี้...มัน........" รีลิน่าพูดอย่างตะกุกตะกักพลางหันมามองฮีโร่ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มาถึงตอนนี้เธอมองหน้าฮีโร่แทบไม่ติด เพราะเขินกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากๆ

 

       ตอนเกิดเหตุ...เธอทำไปเพราะใจเธอเรียกร้อง และเพราะเขาไม่รู้ตัวทำให้เธอไม่ได้รู้สึกเขินอายอะไร กลับรู้สึกดีที่ได้โอบกอดเขาไว้เช่นนั้น

 

        หากแต่ ในตอนนี้ฮีโร่รู้เรื่องแล้ว ...จะเป็นยังไงต่อ แล้วฮีโร่จะว่ายังไง?

 

"ชินเป็นคนแอบถ่าย" ฮีโร่เริ่มอธิบาย " โชคดีที่ไม่มีใครเห็นรูปนี้ แต่ดูท่าตอนที่เกิดเรื่อง มีคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยซินะ?"

           

           รีลิน่าพยักหน้ารับ ตอนนั้นมีคนเห็นฮีโร่ที่สลบอยู่ในอ้อมกอดของเธอนับสิบคน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับคนเหล่านั้น สิ่งที่เธอแคร์คือฮีโร่ตะหากล่ะ

"งั้นก็หมายความว่า..........มีคนเอาไปพูดต่อๆกันซินะ" รีลิน่าสรุป มิน่าล่ะ ทำไมคนรอบข้างถึงมองเธอกับฮีโร่แบบนั้น

           

            แล้วทั้งคู่ก็เงียบลง....มันเป็นความเงียบที่พวกเขากำลังคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น ฮีโร่ไม่รู้เลยว่าตอนที่เขาสลบไป จะได้หญิงสาวมาประคองกอดไว้เช่นนั้น ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าเขาควรจะรู้สึกยังไง...แต่ที่แน่ๆ หัวใจที่เต้นแรงในอก ทำให้รู้ว่าเขาไม่รู้สึกแย่ในเรื่องที่เกิดขึ้น ฝ่ายรีลิน่าก็ดูท่าทีของฮีโร่ว่าเขาจะว่าอย่างไรกับเรื่องนี้

            แต่แล้วฮีโร่ก็ถอดหายใจออกมาพลางเกาแก้มเบาๆ สีหน้าลำบากใจในตอนแรกได้หายไปแล้ว เปลี่ยนเป็นสีหน้านิ่งๆอย่างที่เขาเป็น แต่บางอย่างทำให้รีลิน่าเผลออมยิ้มออกมาเพราะถึงเขาจะทำหน้านิ่ง เธอกลับเห็นใบหน้าของเขาเป็นสีแดงอ่อนๆ

            ฮีโร่.......กำลังเขินยังไงเหรอนี่?

 

"ว่าแต่....ทำไม....."ฮีโร่เป็นฝ่ายพูดทำลายความเงียบก่อน "ทำไมถึงประคองกอดฉันไว้แบบนั้นล่ะ ให้ฉันนอนลงที่พื้นก็ได้นี่"

"ไม่....ฉันทำไม่ได้" รีลิน่าตอบพลางหลบตาสีปรัสเซีย บลู ที่มองมาอย่างจริงจัง สิ่งที่เธอตั้งใจจะตอบทำให้หญิงสาวไม่กล้าจะมองเขาตรงๆ เธอเชื่อว่าถ้ามองเขาตรงๆในตอนนี้ เธออาจจะทำในสิ่งที่ไม่ควร ยิ่งถ้าฮีโร่เป็นคนร้องขอ รีลิน่าเชื่อว่าเธอจะโอนอ่อนตามเขาไปแน่นอน

"เพราะอะไร" เสียงทุ้มของชายหนุ่มถามก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ร่างของหญิงสาว มันใกล้ขนาดที่ว่าหากชายหนุ่มอยากจะคว้าตัวเธอมากอด ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

"เพราะว่า.........มันใจร้ายเกินไปน่ะซิ.....ฮีโร่มาช่วยฉันนะ จะให้ฉันทำเฉย ดูฮีโร่หมดสติล้มลงกับพื้นยังงั้นเหรอ ไม่มีทาง... พอคิดได้แบบนั้น...ฉันเลยวิ่งไปรับฮีโร่ไว้ อย่างน้อยก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันได้ทำอะไรเพื่อเธอบ้าง......ก็เท่านั้น........"

           

         รีลิน่ารู้สึกถึงวงแขนแกร่งของฮีโร่กำลังโอบกอดร่างของเธออย่างอ่อนโยน ส่วนมืออีกข้างของเขากำลังลูบไล้เรือนผมสีน้ำผึ้งอย่างเบามือ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอาหน้าผากของเขามาชนกันหน้าผากของเธอ แบบที่เคยทำมาก่อน...หากแต่ตอนนี้มันไม่มีหมวกของชุดอวกาศมาขวางกั้น

 

ทั้งเขาและเธอต่างแนบชิดจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกัน..................

           

        หญิงสาวใจเต้นรัว เธอพึ่งรู้สึกว่าฮีโร่ตัวสูงขึ้นกว่าแต่ก่อน ภายใต้เสื้อแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินของฮีโร่...รีลิน่าสัมผัสถึงกล้ามเนื้อที่สมส่วนของเขาได้ อีกทั้งกลิ่นน้ำหอมของ Bottega Veneta Pour Hommeจากตัวของเขาที่หอมสดชื่นติดจมูก แต่ไม่ฉุนจนเกินไป เป็นกลิ่นของแมกไม้ผสมเครื่องเทศนิดๆ ชวนให้รู้สึกถึงความร้อนแรงอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากจากอ้อมกอดนี่ไป รีลิน่าจึงยกแขนของตนโอบรอบคอของฮีโร่เอาไว้ราวกับเป็นรั้งให้เขาอยู่แบบนี้กับเธอเพียง 2 คน

 

"ไม่เลย รีลิน่า...." ฮีโร่กระซิบแผ่วอย่างอ่อนโยน " เธอทำอะไรมากมายเพื่อฉัน โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย จนบางครั้งก็รู้สึกว่าตัวเองจะทำได้เท่าที่เธอทำหรือเปล่า"

" แต่ก็เพราะฮีโร่นั้นแหละ ที่ทำให้ฉันทำได้ถึงขนาดนี้......ฮีโร่น่ะเก่งกว่าฉันอีกนะ" หญิงสาวตอบพลางบดเบียดร่างกายของตนเข้าหาชายหนุ่มให้มากขึ้น

           

            ฮีโร่เผลอยิ้มน้อยๆออกมา ก่อนที่จะจุมพิตที่หน้าผากของรีลิน่าอย่างอ่อนโยน หญิงสาวถึงกับยิ้มรับอย่างยินดี ก่อนที่ฮีโร่จะจุมพิตที่เปลือกตาของเธอ และเลื่อนลงมาจะจุมพิตที่ปลายจมูก หากแต่รีลิน่ากลับเงยหน้าขึ้นมามองฮีโร่ ดาวตาสีปรัสเซีย บลูและไนล์ บูล ประสานตากัน ความปรารถนารถที่แฝงอยู่ในดวงตาคู่งามทั้ง 2 ทำให้ทั้งคู่ทำตามที่ใจต้องการ

           

           ทั้งคู่บรรจงจุมพิตซึ่งกันและกัน.......มันเป็นจูบที่อ่อนโยนเพียงแค่ริมฝีปากสัมผัสกันเท่านั้น หากแต่มันจูบที่เนิ่นนานและโหยหา ด้วยหน้าที่การงานของทั้ง 2 ที่ไม่อาจจะอยู่ด้วยกันได้ ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากยิ่ง หญิงสาวปรารถนารถที่จะหยุดเวลานี้ไว้เพื่อที่จะได้อยู่กับเขานานๆ

 

กับฮีโร่แล้ว......เธอไม่จำเป็นต้องวางมาดเป็นรัฐมนตรีอะไร....ต่อหน้าของเขา...เธอเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ได้เป็นตัวของตัวเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้

 

แต่ว่า..............เรื่องดีๆ มักจะมีมารผญจเสมอ...........

 

"ฮัดเช่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 

        เสียงจามดังสนั่น ทำให้ชายหญิงที่ตกอยู่ในภวังค์รักต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ ฮีโร่รับรู้ได้ว่าเสียงมาจากด้านบน เขาคว้าปืนเก็บเสียงที่เหน็บไว้ที่เอวและยิงไปยังช่องลมด้านบนที่อยู่ห่างจากพวกเขาไม่เท่าไร

 

         ทันทีที่ฝาครอบช่องลมตกลงมา ก็มีคน 3 คนร่วงลงมายังพื้นด้านล่าง สร้างความตกตะลึงให้กับฮีโร่และรีลิน่าเป็นอย่างมาก

 

และคนที่ร่วงลงมานั้น คือ คิระ ยามาโตะ อัสรัน ซาล่า และ อาสึกะ ชิน!!

 

"จามดังขนาดนี้ก็จบเห่ซิครับ" ชินที่โดน 2 ไพล็อตกันดั้มนั่งทับอยู่ร้องประท้วงขึ้นมา

"ขอโทษทีนะ " อัสรันตอบกลับ " แต่จะให้ทำยังไง อากาศก็ไม่ค่อยถ่ายเท แล้วมาเจอกลิ่นเจลใส่ผมของนายเข้าไปอีก ถึงกลิ่นจะไม่แรงแต่ด้วยสถานที่แคบๆแบบนี้ มันไม่ไหวจริงๆนะ"

"พอได้แล้ว...นี่ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะเฮ้ยยย " คิระร้องเตือน แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ ทั้ง 3 คนก็รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่ทำให้เสียงสันหลัง ก่อนที่จะมองไปยังชายหนุ่มในชุดแจ๊กเก็ตสีน้ำเงินที่กำลังมองมาด้วยด้วยความโกรธถึงขีดสุด ชนิดที่เรียกได้ว่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อกันเลยทีเดียว

"พวก......นาย.................." ฮีโร่เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหยียบเย็นน่าขนลุก คิระกับอัสรันมองหน้ากันและรับรู้ว่าพวกเขาควรทำยังไงเพื่อที่จะเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้ ทั้ง 2 ลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับแขนของชินไว้คนละข้าง

 

        ก่อนที่ทั้งคู่จะง้างตีนถีบส่งชินให้ฮีโร่ในทันใด..........................    

 

        ชินร้องเสียงหลงในขณะที่ตัวเองถูกฮีโร่ล็อกคอไว้ ซึ่งเป็นวินาทีเดียวกันกับที่คิระกับอัสรันพุ่งตัวไปยังประตูทางออก แต่ว่า....เมื่อเขาเปิดประตูออกก็ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะไป โดยเฉพาะฮีโร่กับรีลิน่า

 

         หน้าประตูที่ควรจะเป็นทางเข้าออกที่ใครต่อใครเข้าออกได้ ในตอนนี้กลับมีมหกรรมไทยมุงเต็มหน้าประตู แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่างอามุโร่ คามิว เซ็ตซึนะ ซึ่งรีลิน่าสังเกตว่าคนที่มามุงนั้น จะมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนที่ฮีโร่สลบไปด้วย

 

          ฮีโร่ถึงกับพูดไม่ออก เขาได้แต่อ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น รีลิน่าเองก็เช่นกัน ....แน่นอนว่าเหล่าบรรดานักมุงทั้งหลายคงไม่รอให้คู่รักที่ร้อนแรงได้มีโอกาสได้พูดอะไร พวกเขาก็วิ่งโกยแนบไม่คิดชีวิต แน่นอนว่ารวมไปถึง   คิระกับอัสรันด้วย

"คุณคิระ คุณอัสรัน ทำไมทำกับผมแบบนี้.........." เสียงของชินร้องขึ้นมาอย่างน่าสงสาร ทำให้ฮีโร่หันไปสนใจคนที่ตัวเองล็อกคอเอาไว้ และทำให้ชายหนุ่มเห็นอะไรบางอย่างในมือของเหยื่อเคราะห์ร้ายที่ถูกส่งมา

 

          มันคือกล้องถ่ายรูปแบบดิจิตอลอย่างดีที่มีระบบการทำงานในการซูมได้นับ100เท่า แถมถ่ายออกมาแล้วภาพคมชัดเหมือนกับถ่ายใกล้ตัว ฮีโร่คว้ามันออกมาจากมือของชินและส่งให้รีลิน่าก่อนที่จะบอกให้เปิดดู

          รีลิน่าทำตามที่ฮีโร่บอก และทันทีที่เธอเห็นรูป...เธอถึงกับเอามือปิดปาก ใบหน้างามขึ้นสีแดงไปทั้งหน้าอีกครั้ง แค่นั้นก็พอให้ฮีโร่รู้แล้วว่ามีอะไรรูปอะไร

"ริลิน่า..ส่งกล้องมา"

 

         รีลิน่าส่งกล้องให้ฮีโร่....ทั้งๆที่กำลังเก้อเขินกับสิ่งที่เห็น เมื่อชายหนุ่มมองที่อยู่บนหน้าจอ เขาเองก็รับรู้ว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวแค่ไหน

 

         บนหน้าจอนั้น เป็นภาพจากมุมมองด้านบนมองลงมาในแนวทแยง ทำให้ภาพนั้นมีความชัดเจนไม่น้อย...........มันเป็นภาพของเขากับรีลิน่าที่กำลังโอบกอดกัน และยิ่งเปิดภาพต่อไปก็เป็นภาพที่เขาจูบหน้าผากของเธอ และไล่ไปตามลำดับเหตุการณ์ ดูท่าชินจะรัวรูปไม่ยั้ง ชนิดที่ว่าถ้าเอามาต่อกัน คงได้ภาพเคลื่อนไหวเป็นงานอนิเมชั่นแน่ๆ

"แบบนี้มรึงถ่ายวีดีโอไปเลยไม่ดีกว่าเหรอว่ะ" ฮีโร่ประชดสบถด่าในใจ

 

         วินาทีนั้นรังสีอำมหิตของฮีโร่ก็พุ่งถึงขีดสุด ...ชินถึงกับผวาเมื่อเห็นสีหน้าของฮีโร่ที่เหี้ยมโหดเหนือคำบรรยายใดๆ ดวงตาสีน้ำเงิมเข้มที่จ้องมายังชินนั้นดุดันและคมกริบราวดาบชั้นดีที่พร้อมจะสับชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายให้เป็นหมื่นๆชิ้น

"เออ...ฮีโร่ครับ..."ชินกล่าวอย่างออดอ้อน " ขอโทษจริงๆนะ อย่าพึ่งเชือดชั้นเลย ถือว่าชั้นขอเถอะ......นะ"

       

          แต่ดูท่าไอ้ลูกอ้อนในตอนนี้มันคงไม่ช่วยอะไรเลย เพราะฮีโร่เอาแต่เงียบเหมือนเป็นลมสงบก่อนพายุมา และแล้วเขาก็ตะโกนสุดเสียงด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด!!

 

" ไอ้บักชิน.....มรึงตายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย"

 

       อย่าถามนะว่าชินเจอกับอะไร เอาเป็นว่าฟังเพลงประกอบก่อนจบเรื่องแล้วกัน จะได้พอรู้ว่าชินโดนอะไรบ้าง

 

ท่อนฮุกจาก เพลง อ้วกเลย  ร้องด้วยทำนองเพลง ใช่เลย ของ ไท ธนาวุฒิ

*นั่นเท้ามาจากไหน ประทับที่แผ่นหลัง จะห้ามก็ไม่ฟังมาถึงก็ถีบเลย นั่นเท้ามาอีกแล้ว ไม่แคล้วโดนเข่าตาม หมัดศอกมาคอยย้ำ หน้าคล้ำไปเลย......อ้วกเลย*

 

       ขอให้โชคดีนะชิน......เราจะไม่ลืมความกล้าหาญบ้าบิ่นของนายในครั้งนี้เลย.............

 

END

////////////////////////////////////

 

ว่าแล้วขอแถมเรื่องน้ำหอมหน่อยนะ

bottega veneta pour homme

น้ำหอมทั่วท็อปของ bottega veneta เอาจริงๆ คือเราเองก็ไม่เคยได้กลิ่น แต่เขียนตามคำบอกเล่าเรื่องเพื่อนคือ มีกลิ่นหอมสดชื่นติดจมูก แต่ไม่ฉุน เป็นกลิ่นจากของไม้เนื้อหอมและผสมเครื่องเทศนิดๆ จึงแฝงความร้อนแรงอยู่ในกลิ่นนั้นด้วย ราคาก็เอาเรื่องไม่น้อย แอบรู้สึกว่าน่าจะเหมาะกับฮีโร่เลยจับใส่ซะเลย อิอิ

 

 

[Gundam wing fanfition] : Escape for the last Chapter 1.

posted on 25 Feb 2016 22:13 by bso-taki in fanfic directory Fiction, Cartoon

ปี MC - 0025

             2 ปีหลังจากที่ดิวโอ แม็กซ์เวลล์ ....ไม่ซิ ต้องบอกว่า เจมส์ คลาก แม็กซ์เวลล์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งดาวอังคาร เป็น 2 ปีที่พากเพียรในการทำให้เกิดสันติภาพบนดวงดาวแห่งนี้ แต่ด้วยความช่วยเหลือ(ลับๆ) จากเหล่าเพื่อนที่เป็นอดีตไพล็อตกันดั้มที่ผันตัวเองเป็นดอกเตอร์บ้าง เป็นโปรเพสเซอร์บ้าง หรือเป็นผู้อาวุโสที่มีคนนับหน้าถือตา ทำให้สภาพบ้านเมืองในตอนนี้ดีขึ้นกว่า 2 ปีที่แล้วอยู่บ้าง ซึ่งนั้นหมายความว่าประธานาธิบดีอย่างเขายังต้องทำงานหนักกันต่อไป

            เวลา 7 โมงครึ่งในยามเช้าที่ห้องสมุดของทำเนียบ เป็นกิจวัตรประจำที่ท่านประธานาธิบดีต้องไปที่นั่น หรือถ้าจะพูดให้ถูก ท่านมักจะไปเจอคน ๆ หนึ่งซึ่งเขาเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษฝ่ายข่าวกรองควบรวมกับฝ่ายเขียนระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งท่านเป็นคนชวนมาทำงานด้วย ตอนแรกๆที่เข้ามาทุกคนแปลกใจ คนๆนั้นเป็นเด็กหนุ่มอายุ16-17 ปี ผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าคมคาย สีตาปรัสเซีย บลู นั้นเหมือนซ่อนความลับไว้มากมาย แน่นอนว่าเป็นที่กังขาว่าเขาจะมีความสามารถในระดับที่ท่านประธานาธิบดีตั้งไว้จริงๆเหรอ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ทำไมท่านประธานาธิบดีพูดคุยอย่างสนิทสนมกับเขาราวกับว่ารู้กันมานาน ทั้งๆที่อายุต่างกันมาก

 

           และทุกคนก็หมดข้อสงสัยเมื่อชายหนุ่มคนนั้นแสดงฝีมือให้ทุกคนประจักษ์ ทั้งจัดระบบการทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในทำเนียบทั้งหมดให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งความสามารถในตรวจสอบและวิเคราะห์ข่าวได้อย่างแม่นยำ และสิ่งที่น่าประทับใจก็คือ เขาเคยตอบโต้แฮกเกอร์ที่หมายจะจารกรรมข้อมูลในทำเนียบด้วยการสร้างไฟล์ข้อมูลหลอกให้พวกมัน เป็นไฟล์ข้อมูลที่ชายหนุ่มคนนั้นสร้างขึ้นมาเอง หากฝ่ายจารกรรมเปิดไฟล์ขึ้นมา ทางผู้สร้างจะตามรอยได้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ซึ่งไม่นานเหล่าแฮกเกอร์ก็โดนจับในที่สุด....นับแต่นั้นมาเขาก็ได้รับการนับถือและได้รับความเคารพจากคนในทำเนียบ

 

          ชายหนุ่มคนนั้นชื่อ ฮีโร่.....แต่ก็ไม่มีใครคิดอะไรที่ชื่อไปเหมือนกับผู้ช่วยของประธานาธิบดี ฮีโร่ ยุย เพราะคนชื่อซ้ำมีเยอะแยะไป แต่ด้วยความที่ชื่อซ้ำกันไม่พอ ใบหน้าของทั้ง 2 ก็มีเค้าโครงเหมือนกัน จนมีคนแอบแซวว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า ....

แน่นอนว่า....คนที่รู้เรื่องทั้งหมด ขำไม่ออกหรอก แต่ก็พูดมากไม่ได้ แล้วทั้ง 2 ฮีโร่ก็ไม่ได้สนใจอะไรกับการโดนแซวแบบนี้ ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร

 

            ตอนนี้เจ้าหน้าที่พิเศษฮีโร่กำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุด ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน หากใครอยากจะสอบถามอะไรก็มักจะมาหาเขาที่นี่ก่อนเวลางานเสมอ แต่คนที่จะมาพูดคุยเล่นด้วยก็คงมีแต่ท่านประธานาธิบดีเท่านั้น

"ว่าไง..ฮีโร่....หาตัวนายง่ายๆแบบนี้ ชอบจริงๆ จะได้คุยด้วยง่ายๆ" ประธานาธิบดีกล่าวพลางนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม

"ดิวโอ....ถ้านายว่างขนาดนั้นก็ไปจัดการเรื่องเอกสารที่ค้างก่อนไม่ดีกว่าเหรอ?" ฮีโร่ตอบกลับพลางปิดหนังสือลง ด้วยความที่ห้องสมุดไม่มีคน ทำให้ฮีโร่เรียกชื่อเดิมของประธานาธิบดีได้ง่ายขึ้น   

"ก็อยากไปทำนะ....แต่วันนี้แค่รู้ว่าต้องเจออะไรก็ทำให้หมดอารมณ์ทำงานแล้ว"

ฮีโร่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย....เป็นบ้าอะไรของหมอนั่นกัน

"วันนี้ตอน 14.30 น. รมต.บาร์เรน วอลล์แฟร์ ขอเข้าพบเพื่อคุยเรื่องงบประมาณทางการทหารน่ะ"

" รมต.บาร์เรน วอลล์แฟร์ งั้นเหรอ?" ฮีโร่ทวน และนั่นทำให้เข้าใจสาเหตุที่ดิวโอไม่อยากทำงาน

           

           บาร์เรน วอลล์แฟร์...รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เขาเคยลงสมัครตำแหน่งประธานาธิบดีของดาวอังคารแข่งกับดิวโอ หากแต่ดิวโอเป็นคนคว้าชัยไปได้ บาร์เรนเป็นหนุ่มใหญ่วัย 53 ปี ที่มีหลายคนให้เคารพด้วยท่าทีสุภาพพูดจาน่าฟัง และความมีสง่าราศีที่ชวนให้น่าเชื่อถือ

           

           แต่หลังจากที่ดิวโอได้ร่วมงานกับรมต.ผู้นี้ .....ดิวโอสามารถรับรู้ถึงอะไรบางอย่างได้จาก รมต.คนนี้ว่ามีอะไรบางอย่างที่ไม่น่าไว้ใจอยู่ภายใน อะไรบางอย่างที่อาจจะนำมาซึ่งความวุ่นวายในอนาคต ซึ่งทั้งหมดนั้นนำมาสู้ความอึดอัดใจในช่วงเวลาที่ต้องทำงานร่วมกัน น่าแปลกที่ฮีโร่เองก็สัมผัสได้ ขนาดที่ออกปากเตือนดิวโอว่าให้ระวังรมต.คนนี้ด้วย นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ทั้ง 2 คนคอยจับตาดูรมต.ผู้นี้เอาไว้

 

"พอคุยทีไร...ปวดหัวสุดๆ เป็นตาลุงไหวพริบดีที่เอาตัวรอดเป็น แต่ยิ่งทำแบบนั้น อีรังสีแห่งความไม่น่าไว้ก็ขยายออกมา เฮ้อ....ไม่ชอบเลยจริงๆ " ดิวโอพูดพลางถอนหายใจ ก่อนที่จะมองฮีโร่เหมือนเป็นการถามความเห็น ซึ่งฮีโร่ก็ได้แต่พยักหน้าประมาณว่า เออ เข้าใจหรอกนะ

"แล้วก็นะ......ยังไงช่วงเวลาที่ฉันคุยงานกับ รมต.บาร์เรนก็รบกวนนายด้วยล่ะ"

"ไม่บอกฉันก็ทำอยู่แล้ว" สิ้นคำฮีโร่ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ "ฉันขอตัวก่อนล่ะ มีงานที่ต้องตรวจ"

"อืม..." ดิวโอโบกมือให้ "อ๋อ...แล้วก็ เสร็จงานนี้แล้ว นายจะกลับบ้านก่อนก็ได้นะ นายก็อยู่ช่วยงานที่นี่หลายวันแล้ว ไม่ได้กลับไปนาน....เดี๋ยวคุณหนูจะคิดถึงเอา "

ฮีโร่หันกลับมามองดิวโอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยพอใจที่โดนแซว แต่ดิวโอกลับยิ้มให้อย่างอารมณ์ดีจนน่าหมั่นไส้ ทำเอาฮีโร่ถอนใจแล้วเดินออกจากห้องสมุดไปแต่โดยดี

 

อายุก็ขนาดนี้แล้ว.....ไอ้นิสัยช่างแซวนี่มันไม่เปลี่ยนไปเลย ให้ตายซิ.......

 

////////////////////////////////////////////////////////

 

เวลา 14.15. น.

            ฮีโร่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานในฝ่ายของหน่วยข่าวกรอง ซึ่งแต่ละคนก็นั่งประจำที่และทำงานในการรับข้อมูลข่าวสารที่กำลังเป็นที่สนใจจากทุกทิศทาง นำมารวมรวบก่อนจะวิเคราะห์ความน่าจะเป็นว่า น่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้าข่าวไหนมีความคลุมเครือสูง ก็จะถูกส่งต่อมาให้เขาจัดการ ซึ่งระหว่างทางที่ชายหนุ่มเดินเข้ามา เจ้าหน้าที่ทั้งชายหญิงต่างพากันทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม ซึ่งฮีโร่ก็ตอบรับพอเป็นพิธี ก่อนที่จะตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของเขา เป็นห้องทำงานที่ต้องใช้คียการ์ดประจำตัวถึงจะเปิดได้ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทุกคนรู้ดีว่างานของฮีโร่ถือว่าเป็นที่สุดของหน่วย ถ้าจะมีใครรู้ว่าเขาทำอะไรในห้องนั้นก็คงมีเพียงท่านประธานาธิบดีกับผู้ช่วย ยุย เท่านั้นที่รู้

            ในห้องนั้นมีโต๊ะที่รายล้อมด้วยแผ่นแก้วใสทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ 3 ด้าน ชายหนุ่มเข้าไปนั่งพลางเปิดเครื่อง ซักครู่แผ่นแก้วใสก็ปรากฏภาพของแผนผังของทำเนียบพร้อมกับมีจุดสีเหลืองเล็กๆปรากฏขึ้นมา ฮีโร่เปิดหน้าต่างใหม่พร้อมกับกรอกชื่อของ บาร์เรน วอลล์แฟร์ และชื่อผู้ติดตามอีก 2 คนตามที่ได้รับแจ้งมา ทันใดนั้น หน้าต่างหน้าใหม่ก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับข้อความว่า

           

            "ยืนยันการสะกดรอยหรือไม่......"

            ฮีโร่กดปุ่มตกลง

           

พลันจุดสีเหลืองที่อยู่บริเวณห้องโถงในทำเนียบก็ขึ้นจุดสีแดงพร้อมกับมีชื่อของคนทั้ง 3 ที่ระบุบไว้ และมีหน้าจอเล็กๆปรากฏขึ้นมาข้างจุดสีแดง ซึ่งเป็นภาพการมาถึงของ รมต.บาร์เรน!!

           

             ตามคาด......มาก่อนที่นัดไว้เหมือนทุกครั้ง .....ฮีโร่นึก

           

            ไม่ว่าใครจะทำอะไรในทำเนียบแห่งนี้ จะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าว่าต้องการมาติดต่ออะไร ถ้าเป็นคนภายในจะมีบัตรประจำตัวที่ใช้ในงานราชการที่ต้องพกติดตัวตลอดเวลา กรณีของบุคคลภายนอกจะมีการให้ใช้บัตรผู้เยือน หากแต่ก่อนที่จะได้บัตร ผู้มาติดต่อต้องแจ้งชื่อและธุระที่ต้องการก่อนจึงรับบัตรเข้ามาได้ ซึ่งดูเผินๆก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร หากแต่ในความจริงที่ไม่มีใครรู้...ไม่ว่าจะเป็นบัตรอะไรก็ตาม บัตรเหล่านั้นมีไมโครชิพขนาดเล็กฝังเอาไว้ ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องส่งสัญญาณขนาดเล็กไว้ใช้ในการแกะรอยได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รับข้อมูลและใช้ในการแกะรอยก็มีแต่เครื่องที่อยู่ในห้องทำงานของฮีโร่เท่านั้น!!

 

นั่นทำให้ฮีโร่สามารถแกะรอยเป้าหมายได้ทุกที่ในทำเนียบเพียงแค่กรอกชื่อ และเมื่อเป้าหมายไปอยู่ที่ห้องไหนและทำท่าจะมีการสนทนาอะไร ฮีโร่สามารถเปิดระบบดักฟังและบันทึกภาพได้ทันที.......

ซึ่งหมายความว่า.......ทุกแห่งในทำเนียบ (ยกเว้นห้องทำงานของฮีโร่) จะมีกล้องขนาดเล็กและเครื่องดักฟังซ่อนเอาไว้ทุกห้อง ซึ่งรวมไปถึงห้องของทำงานของประธานาธิบดีด้วย!!

 

             แต่มันเป็นเรื่องที่ดิวโอบอกฮีโร่ให้ทำเองก่อนที่จะจัดการระบบทั้งหมด.....เพราะลำพังตัวของดิวโอไม่สามารถสอดส่องความผิดปกติในทำเนียบได้ทั่วถึง เขาเลยคุยกับฮีโร่ในเรื่องนี้พร้อมกับขอให้มาช่วยงาน เพราะรายนี้เก่งเรื่องระบบมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อีกอย่างหนึ่ง.....ฮีโร่เป็นคนหัวดี สติปัญญาเลิศ จนดิวโอรู้สึกว่าจับมาทำงานให้รัฐบาลท่าจะรุ่ง มีค่าเหนื่อยเป็นวงเงินมหาศาลซึ่งรับประกันได้ว่าใช้ชีวิต(คู่)ได้สบายเลย ฮีโร่ก็ตอบตกลง

 

และระบบที่กล่าวมาทั้งหมดก็เกิดขึ้น.................ซึ่งมันช่วยดิวโอได้มากจริงๆ

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่รู้กับแค่ฮีโร่กับดิวโอ คือ ดิวโอให้ฮีโร่คอยประสานงานและรับข้อมูลข่าวสาร จากควอเตอร์,   โทรว่าและวูเฟยด้วย ซึ่งข้อมูลที่ได้จากทั้ง 3 คน มักจะเป็นข่าวสารสำคัญซึ่งจะให้คนนอกมารับรู้ก็คงไม่ดี ฮีโร่จึงรับหน้าที่นี้ไป

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้เหล่าอดีตไพล็อตกันดั้มทั้ง 5 กลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง.....หวนถึงถึงอดีตที่ยากลำบากมาด้วยกัน แต่ในตอนนี้ไม่มีการเสี่ยงตายใดๆ ซึ่งนับว่าดีมากแล้ว

 

            จุดสีแดงที่มีชื่อของ รมต.บาร์เรนและลูกน้องกระพริบอยู่ที่ห้องทำงานของประธานาธิบดี   ฮีโร่เริ่มเปิดสัญญาณภาพและเสียง ...จอภาพขยายใหญ่เต็มจอ เป็นภาพของ   รมต.เข้าพบประธานาธิบดี โดยมีผู้ช่วยยุยอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังจะเตรียมตัวคุยเรื่องงบประมาณทางการทหาร แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไร...รมต.บาร์เรนให้ลูกน้องทั้ง 2 ออกจากห้องไปเพื่อความเป็นส่วนตัว

 

           ด้วยประสบการณ์ของฮีโร่ทำให้เขารู้ว่า พวกตัวใหญ่ๆมักจะไม่หลุดปากเรื่องที่อยู่ในใจ แต่ในทางกลับกัน พวกปลาเล็กปลาน้อยอย่างลูกน้อง จะเป็นฝ่ายที่พูดเรื่องที่เจ้านายของตัวเองกำลังวางแผนหรือกำลังทำในเวลาที่ไม่มีคนอื่นอยู่

 

ภารกิจของเขาในครั้งคือ จับตาดูลูกน้องทั้ง 2 ของบาร์เรนเอาไว้ แต่เขาก็ไม่ละเลยในการพูดคุยของดิวโอกับท่าน รมต. ฮีโร่ได้มีการบันทึกภาพและเสียงการสนทนาครั้งนี้เอาไว้เพื่อใช้จับพิรุธในภายหลัง...

 

ลูกน้องทั้ง 2 ของบาร์เรนออกจากห้องและก็เดินไปยังห้องรับรอง ที่พวกเขาสามารถจะนั่งสูบบุหรี่,ดูทีวีหรือจะอ่านหนังสือฆ่าเวลาในขณะรอเจ้านายของตนได้ สิ่งแรกที่พวกเขาทำคือจุดไฟสูบบุหรี่ในสถานที่ที่จัดไว้ ก่อนที่จะเริ่มคุยกัน ซึ่งฮีโร่ก็รอจังหวะนี้อยู่แล้ว ..เขาบันทึกภาพและเสียงเอาไว้ทันที

 

" จะคุยนานหรือเปล่าก็ไม่รู้......" ลูกน้องคนแรกบ่น "ทำไมต้องมาคุยด้วย ทั้งๆที่ในความจริง งบประมาณที่ได้มาก็น่าจะพอใช้นี่นา "

"เฮ้ย...นี่แกไม่รู้เหรอฟะ ...." ลูกน้องคนที่ 2 พูดสวนขึ้นมา "ท่าน รมต.มาที่นี่เพราะต้องการจะรู้อะไรบางอย่าง เลยเอาเรื่องงบประมาณมาคุยบังหน้าตะหากล่ะ"

 

ไม่ถึง 5 นาทีก็พ่นออกมาแล้วเหรอ.....ดีแล้ว ไม่เสียเวลาด้วย......ฮีโร่นึกพลางตั้งใจฟังไปด้วย

 

"จริงดิ...แล้วท่านเขาอยากรู้อะไรล่ะนั้น"

"จะว่าไป...แกพึ่งเขามาทำงานได้ 6 เดือนนี่หวา งั้นจะเล่าให้ฟัง.....เมื่อ 2 ปีก่อนได้มีเอกสารและข้อมูลที่ท่านเก็บเอาไว้ อย่าถามนะว่าข้อมูลอะไร ตรูไม่รู้หรอกนะ แต่เอาเป็นว่า....ข้อมูลพวกนี้โดนคนภายในองค์กรขโมยออกไป รู้สึกจะชื่อ......อะไรน้า.....อ๋อ....สโนเดน....สโนเดน นิวเมอร์ รายนั้นเป็นโปรแกรมเมอร์มือดีที่ถูกจ้างมาทำงานให้ แต่ดังหักหลังด้วยการเอาข้อมูลเหล่านั้นหลบออกมา....ทีแรกก็หาตัวกันให้ทั่วแต่ก็ไม่เจอร่องรอย ดูท่าไอ้ข้อมูลนั้นจะสำคัญมาก ขนาดที่ทำให้สำนักข่าว Town Crier ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีผลประโยชน์ร่วมกับท่านรมต.ออกข่าวใหญ่โตเกี่ยวกับเรื่องนี้พร้อมกับขอให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วย โดยบอกแค่ว่าข้อมูลที่โดนจารกรรมเกี่ยวกับความมั่นคงของดาวอังคาร"

 

ฮีโร่หลับตาลงพลางนึกถึงข่าวที่ว่า.....ใช่ เขาจำได้ว่ามันมีข่าวที่ว่านี้จริงๆ แต่ช่วงนั้นกำลังวุ่นวายกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้ข่าวนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร

 

"แล้วอีกอย่าง " ลูกน้องคนที่ 2 เล่าต่อหลังจากสูบบุหรรี่เข้าไปเฮือกใหญ่ " ตอนนั้นมีทั้งสงครามและก็ข่าวการเสียชีวิตของประธานาธิบดีหญิง รีลิน่า พีชคราฟ ทำให้เรื่องมันเงียบไป....แต่หลังจากนั้น 1 เดือน คอมพิวเตอร์ในกระทรวงกลาโหมถูกโจมตี ทำให้ข้อมูลบางส่วนหายไป แต่น่าแปลก....ทั้งๆที่ข้อมูลที่หายไปเพียงบางส่วน แต่ทำให้ท่านรมต.แทบคลั่งเลยล่ะ และปักใจเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของสโนเดน เลยพยายามหากันอีกครั้ง แต่ก็เหลว...เล่นเอาท่านหัวเสียหนักเข้าไปอีก เห็นว่าขอร้องแกมบังคับให้เจ้าของสื่อ Town Crier ....มาแรต เมนเดซิเยอร์ ช่วยในการตามหาเอกสารที่ว่า"

          มาแรต เมนเดซิเยอร์ ....ฮีโร่นึก......นักข่าวหนุ่มอายุประมาณ 43 ปี ท่าทางทะมัดทะแม่ง หน้าตาเอาการเอางาน ผิวคล้ำแดดบ่งบอกว่าเป็นคนลุยงานแบบถึงไหนถึงกัน แถมมีความเป็นผู้นำ ทำให้หลายๆคนสนใจทำงานด้วย แต่ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินมาจากไหนมากมายถึงสามารถสร้างสำนักข่าวใหญ่อย่าง Town Crier ขึ้นมาได้ (จากนี้ไปจะย่อว่า TC ) ได้...

แต่จากสนทนา....ฮีโร่เดาว่าเงินที่ได้มาก็คงมาจาก รมต.บาร์เรน นั้นแหละ

 

ไม่เลวนี่..ถ้าสร้างสำนักข่าวขึ้นมาแบบนี้ มีอะไรไม่ชอบมาพากลจริงๆ .....

 

"เฮ้ยๆ เดี๋ยวก่อน " ลูกน้องคนแรกร้องท้วง " ตอนแรกบอกว่าจะหาสโนเดน แล้วไหงตอนนี้กลับมาหาเอกสารแทนล่ะ"

"ตรูจะไปรู้เหรอ! ...แต่เพราะแบบนี้มันทำให้เดาได้ว่า ข้อมูลที่โดยทำลายอาจจะเกี่ยวกับข้อมูลที่โดนจารกรรมไปเมื่อ 1 เดือนก่อนแน่ๆ แล้วถ้าตรูเป็นสโนเดน....ตรูคงไม่อยู่ดาวอังคารให้ถูกจับหรอก คงหนีไปโลกไม่ก็โคโลนี่ไหนซักที่แล้วคงตามตัวยากแล้ว"

"อ้าว....แล้วถ้าเกิดหมอนั่นเอาข้อมูลที่ว่าไปด้วยล่ะ"

"ไม่หรอก....ถ้าหมอนั้นเอาข้อมูลไปด้วยจริงๆ เขาควรจะเอาข้อมูลที่ว่าไปให้สำนักข่าวหรือเอาไปขายให้กับสหพันธโลก หรืออะไรก็ได้นี่นา ...แต่นี่เงียบไปเป็นปี ทำให้เชื่อว่าเอกสารน่าจะอยู่ที่ไหนซักแห่ง"

 

โอ้....ลูกน้องของบาร์เรนก็ฉลาดไม่เลวนี่ ...ฮีโร่นึกชมในใจพลางยิ้มมุมปาก

 

"จนกระทั่งไม่นานมานี้.....มีข่าวลือภายในว่ารู้ที่อยู่ของเอกสารข้อมูลแล้ว แต่ก็ไม่มีการยืนยันว่าจริงหรือเปล่า ท่านเลยอยากมาดูลาดเลาในทำเนียบว่าข่าวลือที่ว่าจะจริงเท็จแค่ไหน"

"แล้วเอกสารข้อมูลเกี่ยวอะไรกับทำเนียบฟะ?"

"กำลังจะเล่านี่ไง แต่แกต้องเหยียบเรื่องนี้ให้มิดเลยนะ ห้ามบอกใครทั้งนั้น ... คือมีพยานบุคคลที่เคยทำงานในทำเนียบในสมัยของท่านรีลิน่ายังดำรงตำแหน่งมาเล่าให้กับเพื่อนที่ทำงานในTCฟังว่า เขาเคยเจอคนที่หน้าคล้ายๆกับสโนเดนในทำเนียบด้วย! แต่งตัวดี ไม่มีพิรุธอะไร ในมือถือซองสีน้ำตาลขนาดA4ที่ถูกปิดผนึกด้วยกระดาษกาวสีขาว พยานที่เล่าก็ไม่ได้สนใจอะไร แต่แอบมาเห็นในตอนหลังว่าซองเอกสารที่ว่านั้นปะปนในซองเอกสารอื่นๆก่อนถูกส่งไปยังประธานาธิบดี...นั่นเป็นร่องรอยสุดท้ายที่เจอ"

 

       สิ้นคำของลูกน้อง...ฮีโร่ก็เบิกตาโพล่งอย่างตกตะลึง รับรู้ถึงความหนาวเย็นที่วิ่งไปทั่วร่าง เขาสังหรณ์ใจไม่ดี กับเรื่องที่จะได้ยินต่อจากนี้

" แกกำลังจะบอกว่า.......มีความเป็นไปได้ว่า....ท่านรีลิน่าจะรู้เรื่องข้อมูลที่ถูกจารกรรมแล้ว.... แต่ด้วยจังหวะไม่ดีที่ตอนนั้นสงครามกำลังจะเกิด ท่านเลยทำอะไรไม่ได้เลยเอาข้อมูลที่ว่าไปซ่อนยังงั้นเหรอ"

"อุบ๊ะ...ฉลาดเหมือนกันนี่หวา....แล้วก็โชคร้ายที่ท่านเสียชีวิต...เลยไม่มีใครรู้ว่าข้อมูลอยู่ไหน แต่ถ้าข่าวลือที่ว่าเป็นจริง ข้อมูลที่ว่าต้องอยู่ที่ไหนซักแห่งในทำเนียบแน่ๆ ท่านรมต.จึงอยากจะเข้ามาสำรวจในทำเนียบว่ามีที่ไหนต้องสงสัยที่พอจะเป็นที่ซ่อนได้ไหม บางทีนะ...เผลอๆมันอาจจะอยู่ในห้องประธานาธิบดีที่ท่านกำลังคุยอยู่ก็ได้"

ลูกน้องทั้ง 2 หัวเราะร่วนราวกับมันเป็นเรื่องตลก....แต่งานนี้ฮีโร่ขำไม่ออกจริงๆ

"เออ แต่ไม่แน่นะ...บางทีท่านรมต.ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้...เพราะมันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น"

"ไอ้วิธีที่ง่ายกว่านั้นคืออะไรฟะ?"

"ก็ถามท่านรีลิน่าเลยไง!"

           

           วินาทีนั้น ฮีโร่แทบจะหยุดหายใจ.......เลือดในกายพลันเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง....ลางสังหรณ์ที่เขารู้สึกมันกลายเป็นจริงแล้ว......

"หมายความว่าไง...จะบอกให้หมอผีมาปลุกวิญญาณท่านรีลิน่าขึ้นมาถามหรือไง"

"จะบ้าเหรอ.....ทั้งหมดก็เพราะมาแรตน่ะแหละ.....รายนั้นน่ะไม่เคยเชื่อเรื่องที่ท่านรีลิน่าตายเลย...ชอบพูดว่าการตายของท่านมีเรื่องชวนสงสัย...คลุมเครือเกินไป...แต่ก็ไม่ได้สืบจริงจังจนมารู้เรื่องข่าวลือนี้ ทำให้มาแรตเริ่มเชื่อเป็นตุเป็นต๊ะว่า บางทีท่านอาจจะแกล้งตายแล้วหนีไปที่ไหนซักแห่งก็ได้ ซึ่งถ้าเรื่องนี้เป็นจริงนะ แค่พากลับมาเจอท่านรมต.แล้วก็บีบคอให้พูด มันจะง่ายกว่าเยอะ"

"เฮ้ย...รายนั้นเป็นนักข่าวฝีมือดีไม่ใช่เหรอ จะมาแนวมโนข่าวนั่งทางในแบบนี้ก็ดูไม่สมกับเป็นมืออาชีพเท่าไรเลยนะ"    

"ก็จริง....แต่ก่อนหน้าที่มาแรตจะรู้ข่าวนี้ มีคนในสายงานไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าคล้ายท่านรีลิน่ามากที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากทำเนียบไปพอสมควร รูปร่าง สีผม ท่าทางเหมือนกันมากเลย ยิ่งมาประสมกับข่าวลือเรื่องเอกสาร ทำให้มโนหนัก นี่เห็นว่าส่งคนในสายงานไปสืบที่โรงพยาบาลนั้นแล้วล่ะ!"

           

          ฮีโร่กำหมัดแน่นพลางทุบลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น...เขากัดฟันแน่นราวกับพยายามข่มความรู้สึกของตัวเอง ความกังวลที่ก่อตัวอย่างรวดเร็ว และความหวาดกลัวที่กำลังทำให้เขาเตลิด ชายหนุ่มพยายามรวบรวมสติไว้ เพราะจากคำพูดที่ได้ยินมีแต่คำว่าข่าวลือและข่าวลือ ไม่ควรจะเชื่อถืออะไรทั้งนั้น แต่เรื่องที่ส่งคนไปสืบที่โรงพยาบาลสร้างความหนักใจให้ฮีโร่ไม่น้อย เขาจำเป็นต้องสืบให้แน่ใจว่ามันจะไม่เป็นไปอย่างที่เขากังวล

           

            จากนั้นฮีโร่แทบไม่ได้สนใจพวกลูกน้องแล้วว่าจะคุยอะไรกัน เขาเลื่อนจอภาพการสนทนาเมื่อครู่ไปยังจอทางซ้าย แล้วหันมาเปิดโปรแกรมที่เขาสร้างขึ้นมา ซึ่งเป็นโปรแกรมสอดแนมที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ โดยมีพื้นฐานจากโปรแกรม Team Viewer * (โปรแกรมที่สามารถส่องหน้าจอคนอื่นได้ แต่ทั้งนี้คนที่จะโดนส่องนั้นต้องมีโปรแกรมตัวนี้ติดตั้งบนคอมและคนส่องต้องได้รับรหัสผ่านจากอีกฝ่ายด้วย)

            สิ่งที่ฮีโร่ทำคือ เปิดโปรแกรมที่เขาสร้างแล้วระบุบสถานที่ที่เขาต้องการจะเข้าไปสอดแนม (ในที่นี้คือสำนักข่าว TC ) โปรแกรมจะทำการสืบค้นและดึงเอาหน้าจอของคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในสถานที่นั้นที่กำลังใช้งานอยู่ขึ้นมาบนหน้าจอบนเครื่อง ซึ่งแน่นอนว่ามันมีข้อมูลมหาศาล ฮีโร่จึงเขียนโค้ดเพิ่มเข้าไป ระบุบชื่อของสิ่งที่ต้องการหา

 

" Relena "

 

และเมื่อเขากดปุ่ม Enter......สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้เลือดในกายเย็นเหยียบ ใบหน้าซีดเผือก แววตาสี ปรัสเซีย บลู ฉายแววแห่งความตื่นตระหนักและความหวาดหวั่น

           

          ภาพของหญิงสาวผมยาวสีน้ำผึ้งในชุดกระโปรงวันพีชสีขาว ใบหน้างดงาม ดวงตาสีไนล์บูลเป็นกระกายกำลังสนทนากับพยาบาล ซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นภาพแอบถ่าย และข้อมูลที่อยู่ข้างๆภาพชวนให้วิตกมากกว่าเดิม

 

ถ่ายเมื่อ 13.30 น.พบผู้หญิงที่ต้องสงสัยว่าเป็นอดีตประธานาธิบดี รีลิน่า พีชคราฟ ที่ตายไปแล้ว

ขออนุญาตให้ลงข่าวในช่วงเย็น : อนุมัติ

           

 

          ในความจริง ฮีโร่อยากจะลบข้อมูลทั้งหมดที่เห็น แต่หากทำแบบนั้นจะทำให้สำนักข่าวเกิดความสงสัยมากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าข่าวอยู่ในมือของสื่อแล้ว ไม่ว่าอะไรก็หยุดไม่ได้

           

 เขาตัดใจปล่อยให้เป็นแบบนั้น และรีบใช้โทรศัพท์โทรเข้าไปที่บ้าน ซึ่งหวังว่ารีลิน่าจะรับสาย

" สวัสดีค่ะ ..." เสียงหวานใสทำให้ใจของชายหนุ่มรู้สึกผ่อนคลาย อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเธอยังปลอดภัย

"วันนี้มีไปโรงพยาบาลมาหรือเปล่า...." ฮีโร่เริ่มถามเพื่อความแน่ใจ

"จ๊ะ...นี่ก็พึ่งกลับมาถึงบ้านได้ซักพักเอง....."

           

   ฮีโร่นิ่งเงียบ....แต่สีหน้าบ่งบอกถึงความยุ่งยากใจที่ทุกอย่างมันเป็นไปในทางที่เขาไม่ต้องการ

"ฮีโร่.......มีอะไรเหรอ?" เสียงปลายสายถามอย่างเป็นห่วง ชายหนุ่มสูดหายใจลึกๆก่อนที่จะถามคำถามชี้ชะตา

"ตอนที่ยังเป็น[พีชคราฟ] มีได้ซ่อนเอกสารอะไรไว้หรือเปล่า"

           

      ปลายสายเงียบไปนานจนฮีโร่เริ่มวิตก เขาเรียกชื่อของหญิงสาวจนเธอตอบคำถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆว่า "มี"

            วินาทีนั้น.......คำสาปของ [พีชคราฟ] ได้ทำงานอีกครั้งแล้ว ....!!

 

     ฮีโร่บอกรีลิน่าให้เก็บของเท่าที่จำเป็น แล้วเขาจะรีบไปรับให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะวางหูไป เขาเหลียวมองนาฬิกาซึ่งบอกเวลา 15.15 น. ก่อนที่มองไปยังจอภาพที่บันทึกการพูดคุยของดิวโอและรมต.บาร์เรนที่ ซึ่งทำท่าจะจบลง เขาหยุดการบันทึก และเขียนอีเมล์ส่งไปหาดิวโอด้วยข้อความสั้นๆว่า

 

    " มีเรื่องฉุกเฉิกต้องกลับ.....ที่ห้องทำงาน....Record ที่ 1433 WTR เปิดฟังที่นั่น" 

 

     จากนั้นฮีโร่ก็ออกจากห้องอย่างรวดเร็ว สร้างความประหลาดใจให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่นที่ได้เห็นเขารีบร้อนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มไปที่ลานจอดรถก่อนที่จะขับรถสีดำคู่ใจบึ่งออกไปสู่ถนน เข็มชี้บอกความเร็วที่150กิโลเมตร บ่งบอกได้ว่าเขาอยากจะรีบกลับไปที่บ้านให้เร็วที่สุด และฮีโร่ก็ตระหนักได้ว่า การหนีของพวกเขา..........ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

 

//////////////////////////

 

ตอน1 เสร็จแล้ว....โอ้ย จะบ้าตาย ฟิคที่เขียนโดยไม่อู้ แต่ใช่เวลาเกือบ 3 วันในการเขียน อ่านทวนทั้งเรื่อง ปรับโครงสร้าง ไล่ทามไลน์กันให้วุ่น ถ้ามีอะไรผิดพลาดทักทายนะจ๊ะ

 

หวังว่าจะไม่งงกับที่เราเขียนนะ แล้วจะพยายามปั่นตอน 2 ออกมาในเร็ววัน